| ชื่อเรื่อง | : | การยกฐานะศาลแขวงในกรุงเทพมหานครเป็นศาลจังหวัด |
| นักวิจัย | : | วีรพงษ์ บุญโญภาส |
| คำค้น | : | ศาลแขวง , ศาลจังหวัด , การยกฐานะ |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานศาลยุติธรรม สถาบันวิจัยและพัฒนารพีพัฒนศักดิ์ |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2551 |
| อ้างอิง | : | - |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทราบปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นและแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการยกฐานะของศาลแขวงเป็นศาลจังหวัดในอันที่จะอำนวย ความยุติธรรมแก่ประชาชนให้ได้รับความสะดวก รวดเร็วและเป็นธรรม โดยเป็นการวิจัยทางเอกสารควบคู่กับการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ ซึ่งใช้แบบสอบถามและการสัมภาษณ์เชิงลึก กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาได้แก่ ผู้พิพากษา พนักงานอัยการ พนักงานสอบสวน และประชาชน ผลการวิจัยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 43.8 เห็นว่าการพิจารณายกฐานะ ศาลแขวงเป็นศาลจังหวัดควรพิจารณาตามความเหมาะสมและความจำเป็น ได้แก่ ควรเตรียมบุคลากร ให้พร้อมและเพียงพอ ควรหาสถานที่จัดตั้งที่เหมาะสมให้ศาลจังหวัดที่ยกฐานะขึ้น โดยไม่จำเป็น ต้องยกฐานะทุกศาลแขวง แต่ควรพิจารณายกฐานะเท่าที่จำเป็น ควรมีการจัดตั้งศาลแขวงขึ้นมาทดแทนเพื่อให้ประชาชนสะดวกในการไปศาลและควรจัดตั้งศาลแขวงขึ้นเป็นสัดส่วนแยกจากศาลจังหวัด ส่วนผู้ให้สัมภาษณ์เห็นว่า การยกฐานะศาลแขวงเป็นศาลจังหวัดเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางมาศาลของประชาชน ทำให้การพิจารณาคดีเร็วขึ้นและเป็นการแบ่งเบาภาระของศาลหลัก อย่างไรก็ตาม ก่อนดำเนินการยกฐานะศาลแขวง ควรพิจารณาปริมาณงานแต่ละเขตก่อนและยกฐานะเฉพาะเขตที่มีปริมาณงานเหมาะสม และควรให้มีระยะเวลาเตรียมการด้านอาคารสถานที่และบุคลากรอย่างน้อย 1 ปี จากการสัมภาษณ์เชิงลึก ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการยกฐานะศาลแขวง ในกรุงเทพมหานครเป็นศาลจังหวัด เนื่องจากทำให้เขตอำนาจศาลทับซ้อนกัน และทำให้ศาลหลัก ที่มีอยู่ไม่มีคดีที่จะพิจารณา อีกทั้งอาจเกิดความสับสนในการบริหารจัดการคดี เพราะลักษณะคดี ในศาลแขวงกับศาลจังหวัดไม่เหมือนกันทำให้วิธีการบริหารจัดการไม่เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์ผลกระทบด้านต่างๆ เห็นว่า ไม่ควรยกฐานะศาลแขวงที่เหลืออีกสองศาลเป็น ศาลจังหวัดคือ ศาลแขวงปทุมวันและศาลแขวงดุสิต เนื่องจากการดำเนินการที่ผ่านมาผู้บริหาร ไม่ได้ทำการศึกษาถึงข้อดีข้อเสียและผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้านก่อนดำเนินการ รวมทั้ง มิได้เตรียมการในด้านต่าง ๆ รองรับอย่างเพียงพอ ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการและวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งศาลแขวงเห็นว่า ควรจัดตั้งศาลแขวงในทุกเขตของกรุงเทพมหานคร ให้แต่ละเขตมีศาลแขวงเขตละ 1 ศาล โดยกำหนดตามเขตพื้นที่การปกครอง ในกรณีที่ไม่อาจดำเนินการจัดตั้งศาลแขวงได้ในทุกเขตพื้นที่ เนื่องจากติดขัดเรื่องงบประมาณ ควรจัดตั้งโดยกำหนดพื้นที่เขต 2 - 3 เขตต่อ 1 ศาลแขวง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเขตพื้นที่ที่สำคัญของศาลจังหวัดพระโขนง เช่น เขตคลองเตย และศาลจังหวัดตลิ่งชัน เช่น เขตบางพลัด ควรจัดตั้งศาลแขวงเพื่อแบ่งเบาปริมาณคดีในส่วนของคดีแขวงออกจากศาลจังหวัด ทั้งสอง ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คดีเล็กน้อยกระจายแยกตามพื้นที่เขต เนื่องจากคดีประเภทนี้ ไม่มีความยุ่งยากแต่มีปริมาณคดีมาก อีกทั้งประชาชนสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ง่าย และ ทำให้สามารถพิจารณาคดีเสร็จสิ้นไปด้วยความรวดเร็ว ส่งผลเป็นการอำนวยความยุติธรรมต่อประชาชน สอดคล้องกับหลักการบริหารราชการภายใต้ยุทธศาสตร์และพันธกิจตามแผนยุทธศาสตร์ศาลยุติธรรม ปี 2549 – 2552 |
| บรรณานุกรม | : |
วีรพงษ์ บุญโญภาส . (2551). การยกฐานะศาลแขวงในกรุงเทพมหานครเป็นศาลจังหวัด.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานศาลยุติธรรม สถาบันวิจัยและพัฒนารพีพัฒนศักดิ์ . วีรพงษ์ บุญโญภาส . 2551. "การยกฐานะศาลแขวงในกรุงเทพมหานครเป็นศาลจังหวัด".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานศาลยุติธรรม สถาบันวิจัยและพัฒนารพีพัฒนศักดิ์ . วีรพงษ์ บุญโญภาส . "การยกฐานะศาลแขวงในกรุงเทพมหานครเป็นศาลจังหวัด."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานศาลยุติธรรม สถาบันวิจัยและพัฒนารพีพัฒนศักดิ์ , 2551. Print. วีรพงษ์ บุญโญภาส . การยกฐานะศาลแขวงในกรุงเทพมหานครเป็นศาลจังหวัด. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานศาลยุติธรรม สถาบันวิจัยและพัฒนารพีพัฒนศักดิ์ ; 2551.
|
