ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาศักยภาพของผู้พิพากษาในด้านการศึกษา เปรียบเทียบกฎหมายและแนวปฏิบัติของประเทศ Common Law และ Civil Law
นักวิจัย : วิชิต จรัสสุขสวัสดิ์
คำค้น : การพัฒนาศักยภาพ , ผู้พิพากษา , Common Law , Civil Law
หน่วยงาน : สำนักงานศาลยุติธรรม
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2559
อ้างอิง : -
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาระบบการพัฒนาศักยภาพในด้านการศึกษาของผู้พิพากษาของประเทศที่ใช้ระบบกฏหมายแบบ Common Law และ Civil Law มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบกฏหมายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับระบบการพัฒนาเสริมสร้างศักยภาพในด้านความรู้และความสามารถในทางวิชาการของผู้พิพากษาในระบบ Common Law เปรียบเทียบกับระบบ Civil Law และเพื่อศึกษาแนวทางและปรับปรุงโครงสร้าง วิธีการ กิจกรรม และหลักสูตรที่เหมาะสมในการพัฒนาทางวิชาการของผู้พิพากษาไทย ดังนั้น การพัฒนาศักยภาพด้านวิชาการของผู้พิพากษาไทยจึงควรที่จะนำสิ่งที่คิดว่า เป็นจุดดีของระบบแต่ละประเทศมาใช้เพื่อปรับปรุงระบบของไทยในปัจจุบัน โดยมีข้อเสนอแนะดังนี้ 1) ระบบการเข้าสู่ตำแหน่งของผู้พิพากษา ควรมีการผสมผสานระบบการสอบคัดเลือกกับระบบแต่งตั้ง โดยระบบการสอบคัดเลือกเป็นหลักประกันได้ว่า ฝ่ายตุลาการจะได้บุคลากร ที่มีคุณภาพทางวิชาการเข้ามาทำงาน ส่วนการแต่งตั้งจะทำให้ได้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์จากการประกอบวิชาชีพทางกฏหมาย 2) สถาบันการศึกษาอบรม มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการให้การศึกษาอบรมเบื้องต้นและการศึกษาอบรมต่อเนื่องแก่ข้าราชการฝ่ายตุลาการ การศึกษาอบรมความรู้ใหม่ ทางกฎหมายและความรู้ด้านอื่น ๆ เช่น เศรษฐกิจ สังคม การเมือง การต่างประเทศ จำเป็นที่จะต้อง รับฟังความเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านอื่น ๆ เพื่อนำมาใช้ในการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาอบรม 3) อาจารย์ผู้สอน จะเห็นได้ว่า การศึกษาอบรมผู้พิพากษาของไทยจะใช้ข้าราชการ ตุลาการมาทำหน้าที่เป็นผู้สอนหลัก โดยมีผู้สอนจากหน่วยงานภายนอกมาเป็นส่วนเสริม ซึ่งข้าราชการตุลาการที่มาทำหน้าที่ผู้สอนก็มีงานประจำที่ต้องปฏิบัติหน้าที่อยู่ ประเด็นนี้เองที่อาจทำให้ไม่สามารถ ดึงศักยภาพที่มีอยู่ของอาจารย์ผู้สอนมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ สถาบันการศึกษาอบรมจึงควร มีอาจารย์ประจำอยู่โดยตัดขาดจากการปฏิบัติงานอื่นเป็นระยะเวลาหนึ่งจะมีผลดีต่อการให้การศึกษา แก่ผู้พิพากษา 4) วิธีการศึกษาอบรมเบื้องต้น มีส่วนทำให้เกิดการพัฒนาตนเองได้ การศึกษาอบรม ที่เป็นการรับฟังบรรยายอาจจะไม่ส่งผลดีต่อผู้เข้ารับการศึกษาอบรมเพราะจะเป็นการรับความรู้ ทางเดียว 5) การศึกษาอบรมต่อเนื่อง มีการจัดหลักสูตรการศึกษาให้แก่ผู้พิพากษาที่จะไปดำรงตำแหน่งอื่นหรือเพื่อที่จะเลื่อนระดับขึ้น การผ่านการศึกษาอบรมต่อเนื่องจะเป็นเงื่อนไขในการแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งให้สูงขึ้น ในขณะที่ต่างประเทศจะไม่มีการกำหนดให้ผ่านการศึกษาอบรมต่อเนื่อง เพื่อเลื่อนระดับหรือเลื่อนตำแหน่ง เพียงแต่การศึกษาอบรมต่อเนื่องจะนำมาใช้ประกอบการพิจารณาแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งที่เหมาะสมกับความรู้ความสามารถเท่านั้น 6) การให้ความรู้ทางวิชาการด้านอื่น ๆ ศาลยุติธรรมจะต้องมีความพร้อมในการให้บริการข้อมูล 7) การให้ภูมิภาคมีส่วนร่วมพัฒนาศักยภาพของผู้พิพากษาในภูมิภาคโดยการ จัดงบประมาณให้

บรรณานุกรม :