| ชื่อเรื่อง | : | ศึกษาและพัฒนาเฮือนผู้ไทร่วมสมัยเพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์สถาปัตยกรรมพื้นถิ่นจังหวัดกาฬสินธุ์ |
| นักวิจัย | : | กรรณิกา ถุนาพรรณ์ , หัสยา สิงห์ศรี , มัณฑนา ทองสุพล , ประพนธ์ เนียมสา |
| คำค้น | : | ผู้ไทหมายถึงเป็นคนไทยที่ได้อพยพเข้ามาในประเทศไทยเมื่อประมาณ 200 ปีมานี้เอง แต่เดิมชาวผู้ไทอาศัยอยู่ในดินแดนที่เรียกว่าแคว้นสิบสองจุไทซึ่งเป็นแคว้นๆหนึ่ง อยู่ทางตอนเหนือของลาว สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงนิพนธ์ไว้ว่า...เขตแดนสิบสองจุไทย กว้างขวางมาก ส่วนที่อยู่ใกล้เมือง หลวงพระบางไปทางทิศตะวันออกเรียกว่า เมืองหัวพันห้าทั้งหกหรือหัวพันทั้งหกส่วนที่อยู่ใกล้เมืองเวียงจันทร์ เรียกว่า เมืองพวน ถัดจากเมืองพวนเรียกว่าแคว้นสิบสองจุไท ซึ่งเป็นที่ตั้งภูมิลำเนาของชาว ผู้ไทมากกว่า 2,000 ปี (สุดใจ ทองอ่อน. 2541 : 1) ลักษณะการตั้งถิ่นฐานของชาวผู้ไท ตั้งเป็นกลุ่มอยู่ทั่วไปในเขตอำเภอตั้งบ้านเรือนกระจายอยู่ห่างๆ ครั้งต่อมาได้เปลี่ยนไปเนื่องจากลักษณะสังคมและระบบวงจรภายในครอบครัวทำให้เกิดการขยายครัวเรือนขึ้นเป็นกลุ่มหนาแน่นตั้งแต่ 100 400 หลังคาเรือนในเนื้อที่ประมาณ80 - 100 ไร่ การสัญจรติดต่อภายในสามารถเดินติดต่อกันได้สะดวก เพราะไม่นิยมกั้นรั้วต่อมาหมู่บ้านขยายเนื้อที่ออกมีการตัดถนนตามแนวกว้างและแนวยาวแบ่งเนื้อที่ออกเป็นส่วนตามการแบ่งของถนนนั้นๆ ส่วนเหล่านี้ประกอบด้วยหลาย ครอบครัวซึ่งอยู่ในย่านเดียวกัน เรียกเป็นภาษาถิ่นว่า คุ้ม(สุดใจ ทองอ่อน. 2541 : 15) วัฒนธรรมการสร้างเฮือนผู้ไทหมายถึงรูปแบบและโครงสร้างเฮือนผู้ไท เกิดจากอิทธิพล ด้านความเชื่อในไสยศาสตร์ กับอิทธิพลของศาสนา ประกอบกับอยู่ในภูมิประเทศเขตร้อนและสังคมเกษตรกรรม ซึ่งอิทธิพลดังกล่าวเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดผลของลักษณะรูปเรือนที่สามารถวิเคราะห์จากเหตุผลได้ 7 ประการ คือ 1. เพื่อสนองประโยชน์ใช้สอยตามความเป็นอยู่อย่างสบายและง่าย 2. เพื่อป้องกันความอบอ้าวของอากาศ 3. การป้องกันฝน 4. การป้องกันแดด 5. การป้องกันน้ำท่วมและสัตว์ร้าย 6. เพื่อรับลมและระบายความอบอ้าว 7. ใช้วัสดุก่อสร้างที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น การสืบทอดหมายถึงการได้รับความรู้ในวิถีการดำเนินชีวิตของชาวผู้ไทย นิเวศวิทยาวัฒนธรรม หมายถึงระบบธรรมชาติของพื้นที่ซึ่งสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของชาติพันธุ์ใดชาติพันธุ์หนึ่ง (ชาวผู้ไท) ทั้งได้รับการปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ใช้วัฒนธรรมเป็นสื่อในการปรับตัวเข้ากับธรรมชาติ และวิถีชีวิตมีความสมดุล สถาปัตยกรรมพื้นถิ่นหมายถึงสถาปัตยกรรมที่ถือกำเนิดขึ้นมาจากภูมิปัญญาของชุมชนที่มิได้อยู่ในเมืองหลวง ส่วนใหญ่จะอยู่ตามภูมิภาคต่างๆอันเป็นชนบทห่างไกลความเจริญทางวัตถุธรรม ดังเช่น สถาปัตยกรรมพื้นถิ่นของอีสานอันกว้างใหญ่ สถาปัตยกรรมพื้นถิ่นของทางภาคใต้ และสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นภาคเหนือ เป็นต้น (วิโรฒ ศรีสุโร) ในช?วงสองทศวรรษที่ผ?านมาบ?านพักอาศัยแต?ละชุมชนและเผ?าพันธุ? ( Indigenous Architecture) ซึ่งเป?นเอกลักษณ?ของแต?ละท?องถิ่นได?ถูกทําลายลงอย?างมากมายโดยปราศจากความเข?าใจในคุณค?าเดิมแล?วรับเอาลักษณะสถาป?ตยกรรมใหม? โดยมิได?ไต?ตรองจากในเมือง ซึ่งมีอิทธิพลหลายอย?างที่ไม? เหมาะสมกับสภาพและการดํารงชีวิตในชนบทสิ่งเหล?านี้ได?แก? 1. รูปแบบทางสถาป?ตยกรรม 2. การเลือกใช?วัสดุ 3. ประโยชน?ใช?สอยของอาคาร 4. ความเหมาะสมทางเศรษฐกิจ 5. วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ดังนั้นเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงในสภาวะดังกล?าวจึงสมควรได?มีการวิเคราะห?ถึงสภาพที่ เหมาะสมของเรือนพักอาศัยในชุมชนชนบทของชาวอีสานตามสภาพการเปลี่ยนแปลงของสังคมใน ป?จุบันเพื่อจะให?สอดคล?องกับการพัฒนาชนบทในสถานะภาพอื่นๆไปพร้อมกัน(ไพโรจน?เพชรสังหาร.2530 ) สถาปัตยกรรมพื้นถิ่นนั้นได้ให้บทเรียนและความรู้แก่ผู้ที่ศึกษาค้นคว้าได้เข้าใจถึงสภาพของสังคมชัดเจนขึ้น เพราะรูปทรงของอาคารสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมของประชาชน (Popular culture) ที่แฝงอยู่ในรูปทรงและแผนผังของอาคารทั้งยังถือว่าเป็นการสร้างสรรค์ที่สำคัญและยิ่งใหญ่อย่างหนึ่งของมนุษยชาติการศึกษาเรือนพักอาศัยพื้นถิ่นในแต่ละภูมิภาคนั้นย่อมทราบถึงกิจกรรมต่างๆของมนุษย์ที่พักอาศัย อยู่ภายในอาคารเนื่องด้วยว่าบ้านเรือนพักอาศัยนั้นเป็นศูนย์รวมของชีวิตในทุกสังคม รูปทรงของเรือนพักอาศัยของชาวบ้านนั้นส่วนใหญ่มักมีรูปร่าง ขนาด วัสดุ และระเบียบวิธีการก่อสร้างเหมือนกันในแต่ละท้องถิ่นเพราะไม่ได้เป็นงานที่ออกแบบมีลักษณะเฉพาะตัวของสถาปนิกหากแต่เป็นงานออกแบบที่เป็นลักษณะรวมของสังคม( Anna DattilloRubbo ) เป็นงานศิลปะที่ไม่ใช่ผลผลิตของคนที่ชาญฉลาดหรือผู้ชำนาญเพียงสองสามคนแต่หากว่าเป็น งานคิดค้นและสร้างสรรค์ที่เป็นไปตามธรรมชาติและกิจกรรมที่ต่อเนื่องของประชาชนทั้งหมดในแต่ละสังคม เพราะอาศัยประสบการณ์และความชำนาญของกลุ่มชนทั้งหมดของสังคมสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมขึ้นมาและถ่ายทอดต่อสมาชิกของสังคมรุ่นหลังๆ ซึ่งเปรียบดังการมอบมรดกทางวัฒนธรรมการก่อสร้างของแต่ละสังคม นับเป็นปรากฏการณ์ที่แสดงถึงศักยภาพทางวัฒนธรรมและสุนทรีย์ของสังคมแต่ละกลุ่ม ( PietroBelluschi ) การอนุรักษ์หมายถึงการรักษาไว้ให้คงเดิม โดยอธิบายการอนุรักษ์ที่เกี่ยวข้องกับมรดกทางวัฒนธรรม คือการรู้จักรักษาไว้มิให้สูญหายไป หรือให้อยู่ในสภาพคงเดิม (ไขแสง ศุขะวัฒนะ,2540) การอนุรักษ์ชุมชนหมายถึงการอนุรักษ์ชุมชนหรือเมืองที่ต้องการพิจารณาถึงคุณค่าทั้งทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ประเพณีที่มีการสืบทอดมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน โดยการอนุรักษ์คุณค่าทางด้านประวัติศาสตร์สามารถสื่อความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ได้ ซึ่งปรากฏให้เห็นทางด้านกายภาพของอาคารสิ่งก่อสร้างและระบบต่างๆของเมือง ชุมชน อาจยังคงรูปลักษณ์ดั้งเดิม หรือเป็นอาคารพื้นถิ่นสร้างด้วยฝีมือของช่างชาวบ้าน ที่มีความเชื่อมโยงกับเมืองอื่นๆ และในการอนุรักษ์ชุมชนประวัติศาสตร์ไม่ใช่เพียงแค่คุณค่าทางด้านกายภาพ ควรอนุรักษ์คุณค่าทางด้านวัฒนธรรม ซึ่งทำให้ชุมชนหรือเมืองมีความพิเศษ เป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากเมืองหรือชุมชนอื่นได้ จึงควรพิจารณาถึงคุณค่าที่มีความสัมพันธ์กันทั้งสองอย่าง ซึ่ง การอนุรักษ์ และฟื้นฟูย่าน ให้พิจารณาภาพในลักษณะองค์รวม ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1. องค์ประกอบภาพสถาปัตยกรรม 2. องค์ประกอบที่อยู่ภายในเป็นคุณค่าที่มองไม่เห็นด้วยตา คุณค่าทางด้านอารมณ์ความรู้สึก ( Aldo Rossi:1999,Bermand M.Feilden:1994 ) แหล่งพักอาศัยเพื่อการท่องเที่ยวหมายถึงสถานที่สำหรับคนพักอาศัยเป็นการชั่วคราวระยะสั้นหรือระยะยาวมีลักษณะสิ่งก่อสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้นในรูปแบบต่างๆ และรูปแบบของทรัพยากรธรรมชาติ โดยมีองค์ประกอบร่วมของสิ่งอำนวยความสะดวกและกิจกรรมต่างๆ ตามความต้องการของนักท่องเที่ยว ก่อให้เกิดความพึงพอใจตามประเภทของนักท่องเที่ยวนั้นๆ (เสาวลักษณ์ เลิศบุศย์ สุรพลชัย,๒๕๔๙) แหล่งพักอาศัยแบบโฮมสเตย์งานวิจัยนี้หมายถึงสถานที่หรือชุมชนที่ดำเนินการเป็นที่พักโฮมสเตย์โดยมีบ้านพักตั้งแต่ 3 หลังขึ้นไปตามข้อบังคับของสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยวที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงได้มีการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการไว้สำหรับนักท่องเที่ยวในสถานที่นั้นๆตามความเหมาะสม การพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อการท่องเที่ยว หมายถึงการพัฒนาธรรมชาติและสิ่งก่อสร้างต่างๆอย่างประหยัดเกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ทำให้เสียโดยไร้ประโยชน์ ก่อให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีต่อมนุษย์ ชุมชนที่อยู่ ณ ที่นั้นๆ และนักท่องเที่ยวที่ไปเยือน รวมทั้งการรักษาและพัฒนาทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอันเป็นองค์ประกอบสำคัญของการท่องเที่ยว (เสาวลักษณ์ เลิศบุศย์ สุรพลชัย,๒๕๔๙) เศรษฐกิจพอเพียง(Sufficiency Economy)หมายถึงความสามารถของชุมชนเมือง รัฐ ประเทศ หรือภูมิภาคหนึ่งๆ ในการผลิตสินค้าและบริการทุกชนิดเพื่อเลี้ยงสังคมนั้นๆได้โดยไม่ต้องพึ่งพาปัจจัยต่างๆที่เราไม่ได้เป็นเจ้าของ ประกอบด้วย 3 คุณลักษณะ 1. ความพอประมาณ 2. ความมีเหตุผล 3.การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ,2542) |
| หน่วยงาน | : | มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2558 |
| อ้างอิง | : | มรภ.กาฬสินธุ์ ก่อนยุบรวมเป็น ม.กาฬสินธุ์ |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | - |
| บรรณานุกรม | : |
กรรณิกา ถุนาพรรณ์ , หัสยา สิงห์ศรี , มัณฑนา ทองสุพล , ประพนธ์ เนียมสา . (2558). ศึกษาและพัฒนาเฮือนผู้ไทร่วมสมัยเพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์สถาปัตยกรรมพื้นถิ่นจังหวัดกาฬสินธุ์.
กาฬสินธุ์ : มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์. กรรณิกา ถุนาพรรณ์ , หัสยา สิงห์ศรี , มัณฑนา ทองสุพล , ประพนธ์ เนียมสา . 2558. "ศึกษาและพัฒนาเฮือนผู้ไทร่วมสมัยเพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์สถาปัตยกรรมพื้นถิ่นจังหวัดกาฬสินธุ์".
กาฬสินธุ์ : มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์. กรรณิกา ถุนาพรรณ์ , หัสยา สิงห์ศรี , มัณฑนา ทองสุพล , ประพนธ์ เนียมสา . "ศึกษาและพัฒนาเฮือนผู้ไทร่วมสมัยเพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์สถาปัตยกรรมพื้นถิ่นจังหวัดกาฬสินธุ์."
กาฬสินธุ์ : มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์, 2558. Print. กรรณิกา ถุนาพรรณ์ , หัสยา สิงห์ศรี , มัณฑนา ทองสุพล , ประพนธ์ เนียมสา . ศึกษาและพัฒนาเฮือนผู้ไทร่วมสมัยเพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์สถาปัตยกรรมพื้นถิ่นจังหวัดกาฬสินธุ์. กาฬสินธุ์ : มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์; 2558.
|
