| ชื่อเรื่อง | : | บทบาททางการเมืองของจอมพลถนอม กิตติขจร พ.ศ. 2506-2516 |
| นักวิจัย | : | ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ |
| คำค้น | : | ถนอม กิตติขจร, จอมพล, 2454-2547 , ไทย -- การเมืองและการปกครอง -- กรุงรัตนโกสินทร์, 2507-2516 , Thanom Kittikachorn, Field Marshal, 1911-2004 , Thailand -- Politics and government |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ , สมบัติ จันทรวงศ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะอักษรศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2550 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/52989 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (อ.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550 วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาบทบาททางการเมืองของจอมพลถนอม กิตติขจรระหว่างที่ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อ พ.ศ. 2506 จนถึงการสิ้นสุดอำนาจทางการเมืองเมื่อ พ.ศ. 2516 โดยเน้นศึกษาในประเด็นการขึ้นสู่อำนาจทางการเมือง และการรักษาอำนาจทางการเมืองเป็นสำคัญ ผลการศึกษาทำให้เห็นบทบาททางการเมืองของจอมพลถนอม กิตติขจร ดังนี้ ประการที่ 1 การขึ้นสู่อำนาจทางการเมืองในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น จอมพลถนอม กิตติขจรได้ใช้ปัจจัยสำคัญ 3 ประการด้วยกัน ได้แก่ ปัจจัยจากพัฒนาการของบทบาทด้านการทหารและด้านการเมืองของจอมพลถนอม กิตติขจรในช่วงกว่าทศวรรษก่อนหน้านั้น ที่กลายเป็นภาพลักษณ์ในฐานะเป็นทายาททางทหารและการเมืองที่จะสืบทอดอำนาจต่อจากจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ปัจจัยด้านพระมหากษัตริย์ที่ให้ความชอบธรรมในการนำไปสู่ความสามารถในการควบคุมกองทัพ ซึ่งเป็นปัจจัยที่สามที่เกี่ยวเนื่องกันอย่างยิ่ง ประการที่ 2 ในการรักษาอำนาจเพื่อดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือผู้นำประเทศอย่างยาวนานนั้น จอมพลถนอม กิตติขจรใช้ปัจจัยบุคลิกภาพส่วนตัวที่เน้นความสุภาพเรียบร้อยและซื่อสัตย์สุจริต มาเป็นนโยบายเชิงปฏิบัติในฐานะผู้นำทางการเมือง ทั้งในเรื่องการถอนตัวออกจากธุรกิจการค้า และการปราบคอรัปชั่น ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้ส่งผลต่อการจำกัดบทบาทคู่แข่งทางการเมืองของจอมพลถนอมลงไปอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในกองทัพบก ทั้งยังสามารถสร้างความนิยมจากสังคมในฐานะเป็นผู้นำรุ่นใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกรณีการปราบคอรัปชั่นของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ส่วนอีกสองปัจจัยสำคัญที่จอมพลถนอม กิตติขจรจะใช้เป็นเครื่องมือรักษาอำนาจทางการเมืองตลอดทศวรรษนั้น คือ ภัยคอมมิวนิสต์ และรัฐธรรมนูญ ขณะที่ภัยคอมมิวนิสต์เป็นเครื่องมือในการใช้ควบคุมปราบปรามและจำกัดเสรีภาพของสังคม ตลอดทั้งทำให้ได้รับเงินช่วยเหลือจากสหรัฐฯ เป็นจำนวนมากต่อกองทัพและเศรษฐกิจไทย ส่วนเรื่องรัฐธรรมนูญนั้นเป็นเครื่องมือที่จะสร้างความหวังเรื่องประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ แต่ความล่าช้าในการร่างรัฐธรรมนูญ หรือรัฐธรรมนูญฉบับที่ประกาศใช้แล้วถูกทำลายโดยคณะทหารของจอมพลถนอมเองในคราวรัฐประหาร พ.ศ. 2514 ซึ่งก็ทำให้เรื่องรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย กลายเป็นสาเหตุปัจจัยในการสิ้นอำนาจทางการเมืองของจอมพลถนอม ในท่ามกลางปัญหาคอรัปชั่นที่รุนแรง และภัยคอมมิวนิสต์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป |
| บรรณานุกรม | : |
ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ . (2550). บทบาททางการเมืองของจอมพลถนอม กิตติขจร พ.ศ. 2506-2516.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ . 2550. "บทบาททางการเมืองของจอมพลถนอม กิตติขจร พ.ศ. 2506-2516".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ . "บทบาททางการเมืองของจอมพลถนอม กิตติขจร พ.ศ. 2506-2516."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. Print. ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ . บทบาททางการเมืองของจอมพลถนอม กิตติขจร พ.ศ. 2506-2516. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.
|
