ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การวินิจฉัย "ธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยของสถาบันการเงิน" เพื่อกำหนดรูปแบบของการฟอกเงิน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การวินิจฉัย "ธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยของสถาบันการเงิน" เพื่อกำหนดรูปแบบของการฟอกเงิน
นักวิจัย : ธีระพันธ์ เมฆเกรียงไกร
คำค้น : เงินตรา -- กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ , สถาบันการเงิน -- กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ , การฟอกเงิน -- กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ , อาชญากรรมข้ามชาติ , Money -- Law and legislation , Financial institutions -- Law and legislation , Money Laundering -- Law and legislation , Transnational Crime
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : วีระพงษ์ บุญโญภาส , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิติศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2549
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/53076
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549

พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ได้สร้างมาตรการสำคัญในการติดตามเส้นทางการฟอกเงิน โดยผ่านกระบวนการ การรายงาน การบันทึกข้อเท็จจริง และการแสดงตน โดยได้กำหนดกับสถาบันการเงินต้องรายงานธุรกรรมที่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง แก่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ผลการวิจัยพบว่า พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 13 ได้บัญญัติให้ สถาบันการเงินมีหน้าที่ต้องรายงานการทำธุรกรรม ในบรรดาธุรกรรมที่ต้องรายงานทั้ง 3 ประเภท ธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยเป็นธุรกรรมที่มีความยากลำบากในการวิเคราะห์มากที่สุด เนื่องจากผู้กระทำความผิดพยายามหาช่องทางเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้สถาบันการเงินต้องรายงานธุรกรรมดังกล่าวตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้ ดังนั้นรูปแบบของการฟอกเงินจากธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย จึงมีการเปลี่ยนแปลงได้อย่างไม่หยุดยั้ง การศึกษารูปแบบของการฟอกเงินจากธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยที่สถาบันการเงินรายงานมายังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พบว่า รูปแบบและลักษณะของการฟอกเงิน มักจะเกี่ยวข้องกับการฝากเงิน การโอนเงิน การถอนเงิน และการใช้เช็ค และยังพบว่า แนวโน้มรูปแบบของการฟอกเงินในประเทศไทยมีลักษณะดังนี้ 1. ผู้ฟอกเงินมีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงการรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยเพิ่มมากขึ้น 2. ลักษณะของการเคลื่อนไหวทางบัญชีผิดปกติมากขึ้น 3. มีการทำธุรกรรมที่ซับซ้อนมากขึ้น 4. มีการฟอกเงินโดยไม่ใช้เงินสดเกิดขึ้น 5. มีการฟอกเงินโดยอาศัยธุรกิจบังหน้ามากขึ้น 6. มีแนวโน้มของการฟอกเงินอาจกระทำในลักษณะอาชญากรรมข้ามชาติ และ 7. มีแนวโน้มการฟอกเงินในรูปแบบอื่น ๆ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ได้ วิเคราะห์รูปแบบของการฟอกเงิน และแนวโน้มรูปแบบของการฟอกเงินที่เกิดขึ้น หรือจะเกิดขึ้นในประเทศไทย เพื่อเป็นแนวทางในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินซึ่งอาจมีรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งอันจะนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

บรรณานุกรม :
ธีระพันธ์ เมฆเกรียงไกร . (2549). การวินิจฉัย "ธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยของสถาบันการเงิน" เพื่อกำหนดรูปแบบของการฟอกเงิน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธีระพันธ์ เมฆเกรียงไกร . 2549. "การวินิจฉัย "ธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยของสถาบันการเงิน" เพื่อกำหนดรูปแบบของการฟอกเงิน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธีระพันธ์ เมฆเกรียงไกร . "การวินิจฉัย "ธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยของสถาบันการเงิน" เพื่อกำหนดรูปแบบของการฟอกเงิน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549. Print.
ธีระพันธ์ เมฆเกรียงไกร . การวินิจฉัย "ธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยของสถาบันการเงิน" เพื่อกำหนดรูปแบบของการฟอกเงิน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.