ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

กรณีศึกษากระบวนการพัฒนาโครงงานวิทยาศาสตร์ของนักเรียนประถมศึกษา

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : กรณีศึกษากระบวนการพัฒนาโครงงานวิทยาศาสตร์ของนักเรียนประถมศึกษา
นักวิจัย : จีระศักดิ์ จิตรโรจนรักษ์
คำค้น : โครงงานวิทยาศาสตร์ , การสอนแบบโครงงาน , วิทยาศาสตร์ -- การศึกษาและการสอน (ประถมศึกษา) , Science projects , Project method in teaching , Science -- Study and teaching (Elementary)
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ดวงกมล ไตรวิจิตรคุณ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/52874
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษากระบวนการพัฒนาโครงงานของนักเรียนประถมศึกษา รวมทั้งปัจจัยสนับสนุนและปัจจัยที่เป็นอุปสรรคในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์และแนวทางแก้ไข จากกรณีศึกษาคือ โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสังเกตแบบมีส่วนร่วมและไม่มีส่วนร่วม การสัมภาษณ์แบบเป็นทางการ ไม่เป็นทางการและแบบเจาะลึก การสนทนากลุ่ม การวิเคราะห์เอกสาร วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา สร้างข้อสรุปแบบอุปนัย ผลการวิจัยพบว่า 1. กระบวนการพัฒนาโครงงานวิทยาศาสตร์มีขั้นตอนดังขั้นที่ 1 ขั้นก่อนทำโครงงานวิทยาศาสตร์ครูทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนเกี่ยวกับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และขั้นตอนการทำโครงงาน ขั้นที่ 2 ขั้นลงมือทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีทั้งหมด 5 ขั้น คือ ขั้นที่ 2.1 การคิดหัวข้อโครงงานและเลือกหัวข้อโครงงาน การคิดหัวข้อโครงงานจะมาจากความสนใจของนักเรียนเองเป็นรายบุคคลหรือช่วยกันคิดเป็นกลุ่ม นักเรียนที่คิดหัวข้อได้นั้นมีลักษณะเป็นคนที่ชอบการอ่านหนังสือโดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับความรู้รอบตัว ครูจะช่วยขัดเกลาหัวข้อที่ยังไม่เหมาะสม โดยใช้เทคนิคการตั้งคำถาม แต่ถ้าหัวข้อเหมาะสมแล้วก็สามารถทำได้ทันที โดยมีผู้ปกครองช่วยในการหาแหล่งค้นคว้าเพิ่มเติมและให้คำปรึกษา ในการเลือกหัวข้อ นักเรียนจะนำหัวข้อที่มีไปปรึกษาครู ซึ่งอาจจะมีเพียงหัวข้อเดียวหรือหลายหัวข้อ ครูจะให้คำแนะนำกับหัวข้อโครงงานของนักเรียนทุกหัวข้อ เสร็จแล้วนำกลับมาตัดสินใจเลือกหัวข้อโดยพิจารณาจากความน่าสนใจ ความสามารถและความสะดวกในการเตรียมอุปกรณ์ ผู้ปกครองจะให้คำแนะนำกับหัวข้อที่เลือกเพิ่มเติม ขั้นที่ 2.2 การวางแผนการทำโครงงานเป็นการวางแผนในขั้นตอนต่อไปอย่างละเอียดรอบคอบและแบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบตามความถนัดและความสนใจของแต่ละคนโดยมีครูให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดและคอยตรวจสอบการวางแผน ส่วนผู้ปกครองจะช่วยตรวจสอบแผนที่ได้วางไว้ ขั้นที่ 2.3 การลงมือทำโครงงานจะต้องเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างรัดกุมโดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภท 1) ประเภททดลองจะต้องเก็บข้อมูลซ้ำหลายครั้งเพื่อให้ได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ 2) ประเภทสำรวจจะต้องเก็บรวบรวมข้อมูลให้ครบตามที่กำหนดแต่เพื่อป้องการเก็บรวบรวมข้อมูลผิดพลาดจึงควรเก็บข้อมูลให้มากกว่าที่กำหนด 3) ประเภทสิ่งประดิษฐ์ เมื่อประดิษฐ์เสร็จแล้วมีการนำไปทดลองใช้เพื่อหาข้อผิดพลาดในการประดิษฐ์แล้วนำมาปรับปรุงแก้ไขให้มีคุณภาพดีขึ้น โดยครูจะเป็นผู้สังเกตการณ์และคอยให้คำปรึกษาถ้าเกิดข้อผิดพลาดส่วนผู้ปกครองจะช่วยเตรียมอุปกรณ์ให้กับนักเรียน ขั้นที่ 2.4 การเขียนรายงาน ครูจะเตรียมหัวข้อในการเขียนรายงานให้กับนักเรียน ซึ่งนักเรียนส่วนใหญ่เลือกที่จะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์พิมพ์รายงานแทนการเขียนรายงานโดยเลือกคนที่มีความสามารถมากที่สุด ขั้นที่ 2.5 การแสดงผลงาน มี 2 ขั้นตอนคือ ขั้นเตรียมการนำเสนอ ทุกกลุ่มเลือกวิธีการนำเสนอและเลือกคนเตรียมการนำเสนอ โดยมีครูคอยตรวจสอบความถูกต้องในการเตรียมงานและมีผู้ปกครองช่วยเตรียมอุปกรณ์ทำงานและขั้นนำเสนอนักเรียนนำเสนอตามวิธีที่เลือก ทุกกลุ่มนำเสนอโดยการใช้โปรแกรม PowerPoint เลือกคนที่มีความสามารถมากที่สุดเป็นผู้นำเสนอ ครูจะเป็นผู้ควบคุมการนำเสนอให้เป็นไปอย่างราบรื่น ขั้นที่ 3 ขั้นสรุปผลการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ครูกล่าวถึงข้อดีข้อผิดพลาดในการทำโครงงานของทุกกลุ่มและให้คำแนะนำเพิ่มเติมเพื่อจะได้นำไปใช้ในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ครั้งต่อไป 2. ปัจจัยสนับสนุนกระบวนการพัฒนาโครงงานวิทยาศาสตร์ คือ หลักสูตรสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่กำหนดให้มีการเรียนทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่จำเป็นในการทำโครงงานและกำหนดให้มีการทำโครงงานหลายโครงงาน คณาจารย์กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรและดูแลการทำโครงงาน วิสัยทัศน์ของผู้บริหาร การได้รับความช่วยเหลือจากผู้ปกครองและการมีเครื่องคอมพิวเตอร์ให้นักเรียนใช้อย่างพอเพียง 3. ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อกระบวนการพัฒนาโครงงานวิทยาศาสตร์และแนวทางแก้ไข คือ นักเรียนบริหารเวลาในการทำงานยังไม่รัดกุมมากพอและขาดความรับผิดชอบต่อภาระหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ครูแก้ไขปัญหาโดยให้นักเรียนนำโครงงานมาให้ดูทุกขั้นตอน กระตุ้นการทำงานและดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด

บรรณานุกรม :
จีระศักดิ์ จิตรโรจนรักษ์ . (2551). กรณีศึกษากระบวนการพัฒนาโครงงานวิทยาศาสตร์ของนักเรียนประถมศึกษา.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จีระศักดิ์ จิตรโรจนรักษ์ . 2551. "กรณีศึกษากระบวนการพัฒนาโครงงานวิทยาศาสตร์ของนักเรียนประถมศึกษา".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จีระศักดิ์ จิตรโรจนรักษ์ . "กรณีศึกษากระบวนการพัฒนาโครงงานวิทยาศาสตร์ของนักเรียนประถมศึกษา."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551. Print.
จีระศักดิ์ จิตรโรจนรักษ์ . กรณีศึกษากระบวนการพัฒนาโครงงานวิทยาศาสตร์ของนักเรียนประถมศึกษา. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.