| ชื่อเรื่อง | : | โครงการศึกษาพฤติกรรมฝนในประเทศไทย |
| นักวิจัย | : | วราวุธ ขันติยานันท์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | กรมฝนหลวงและการบินเกษตร |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2554 |
| อ้างอิง | : | http://164.115.23.116:8060/Frontend/ShowDocument?DocumentID=28 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | โครงการวิจัยเรื่อง “การศึกษาพฤติกรรมฝนในประเทศไทย กรณีศึกษา : ภาคใต้ตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมของการเกิดฝนในประเทศไทย โดยการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลจากผลการตรวจอากาศชั้นบนและผลการตรวจกลุ่มฝนด้วยเรดาร์ตรวจอากาศของสำนักฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อเป็นการรวบรวมองค์ความรู้ และข้อมูลทางสถิติต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง สามารถนำผลการศึกษาที่ได้ไปใช้ประโยชน์เพื่อการตัดสินใจวางแผนการปฏิบัติการฝนหลวงประจำวัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้ง ในการศึกษาครั้งนี้ได้รวบรวมข้อมูลผลการตรวจอากาศชั้นบนและข้อมูลเรดาร์ตรวจกลุ่มฝนจากพื้นที่ศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคใต้ตอนบน ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2553 จัดทำเป็นฐานข้อมูลและตรวจสอบคุณภาพแบะความถูกต้องของข้อมูล จากนั้นทำการวิเคราะห์โดยคำนวณผ่านโปรแกรม Sounde2 หรือโปรแกรม GPCM ผลการศึกษาเพื่อหาความสัมพันธ์เชิงเส้นอย่างง่ายของตัวแปรทั้งหมดรวม 64 ตัวแปร พบว่า มีค่าความสัมพันธ์ไม่สูงมาก โดยกลุ่มตัวแปรที่มีค่าความสัมพันธ์อยู่ในเกณฑ์ 0.5 แต่น้อยกว่า 0.7 อยู่ในกลุ่มตัวแปรความชื้น และภาคใต้ตอนบนมีจำนวนคู่ของความสัมพันธ์มากกว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเรดาร์พบว่าการเกิด First Echo ส่วนใหญ่พบในช่วงเช้าระหว่าง 07:00-09:00 น. และมีจำนวนครั้งในการเกิดค่อนข้างสูงในช่วงฤดูฝนระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน ส่วนจำนวนกลุ่มฝน ความแรงของฝนและความยาวนานของการตกของฝน มีค่าอยู่ในเกณฑ์ใกล้เคียงกันในสองพื้นที่ศึกษา สำหรับผลการวิเคราะห์ข้อมูลตรวจอากาศชั้นบนซึ่งมี 4 กลุ่มหลักๆ พบว่า 1) ข้อมูลกลุ่มอุณหภูมิ ส่วนใหญ่ไม่แตกต่างกัน ทั้งอุณหภูมิผิวพื้นและอุณหภูมิในการเกิดเมฆ แต่อุณหภูมิ ที่ระดับฐานเมฆของภาคใต้ตอนบนจะมีค่าต่ำกว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2-3C 2) ข้อมูลกลุ่มความชื้น ของพื้นที่ศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีค่าความชื้นสูงกว่าภาคใต้ตอนบนเล็กน้อย และพบว่าในระดับความสูงตั้งแต่ 20,000 ฟุตขึ้นไป จะมีความชื้นต่ำมาก และต่ำกว่า 10% เป็นบางวันในช่วงต้นปีถึงเดือนพฤษภาคม 3) ข้อมูลกลุ่มทิศทางและความเร็วลม โดยส่วนใหญ่ทั้งสองพื้นที่ศึกษามีทิศทางลมค่อนข้างแน่ทิศตามฤดูกาลในระดับความสูงไม่เกิน 10,000 ฟุต และ 4) ข้อมูลกลุ่มดัชนีการทรงตัวของบรรยากาศและค่าการพยากรณ์ ดัชนีการยกตัวของอากาศในภาคใต้มีค่าเป็นบวกค่อนข้างสูงมาก แสดงถึงความมีเสถียรภาพของบรรยากาศ สำหรับดัชนีของโอกาสการเกิดฝนฟ้าคะนอง ได้แก่ KI และ Swl พบว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีค่าดัชนีดังกล่าวสูงกว่าภาคใต้ตอนบน และมีโอกาสการเกิดฝนฟ้าคะนองรุนแรงได้มากกว่า โดยพบว่าจำนวนความถี่ของการมีค่า KI ที่สูงมากกว่า 35 ได้เกือบทุกเดือน ส่วนค่า Swl ในพื้นที่ศึกษาทั้งสองมีค่าไม่สูงมาก ผลการศึกษาวิจัยนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นข้อมูลประกอบ และเกณฑ์ดารตัดสินใจวางแผนการปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อให้เกิดประโยชน์ ให้ได้ผลของการปฏิบัติงานที่ดีที่สุด สามารถบรรลุจุดประสงค์ของการปฏิบัติการทำฝนช่วยเหลือพื้นที่แห้งแล้งให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
วราวุธ ขันติยานันท์ . (2554). โครงการศึกษาพฤติกรรมฝนในประเทศไทย.
กรุงเทพมหานคร : กรมฝนหลวงและการบินเกษตร. วราวุธ ขันติยานันท์ . 2554. "โครงการศึกษาพฤติกรรมฝนในประเทศไทย".
กรุงเทพมหานคร : กรมฝนหลวงและการบินเกษตร. วราวุธ ขันติยานันท์ . "โครงการศึกษาพฤติกรรมฝนในประเทศไทย."
กรุงเทพมหานคร : กรมฝนหลวงและการบินเกษตร, 2554. Print. วราวุธ ขันติยานันท์ . โครงการศึกษาพฤติกรรมฝนในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : กรมฝนหลวงและการบินเกษตร; 2554.
|
