| ชื่อเรื่อง | : | การพัฒนาสูตรโลชั่นบำรุงผิวโดยใช้สารสกัดทับทิมและข้าวเป็นสารออกฤทธิ์ต้านเชื้อจุลชีพ |
| นักวิจัย | : | จันทร์ฉาย พูนลาภเดชา , ชูศรี ไพศาลอุดมศิลป์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2558 |
| อ้างอิง | : | - |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | โครงงานวิจัยนี้ได้มุ่งเน้นเพื่อพัฒนาโลชั่นบำรุงผิวจากสารสกัดเปลือกทับทิมและน้ำมันรำข้าวหอมมะลิซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระและต้านเชื้อจุลชีพ สารสกัดเปลือกทับทิมเตรียมจากวิธีการหมักด้วยเอทานอล 95% และน้ำมันรำข้าวหอมมะลิเตรียมด้วยใช้วิธีบีบเย็น การวิเคราะห์หาปริมาณสารประกอบฟินอลิกทั้งหมด ด้วยวิธีโฟลิน ซิโอแคลธู (Folin-Ciocalteau) โดยใช้กรดแกลลลิคเป็นสารมาตรฐาน สารประกอบฟินอลิกทั้งหมดของสารสกัดเปลือกทับทิม เท่ากับ 4.44?0.66 mM กรดแกลลิกต่อมิลลิกรัมสารสกัด และน้ำมันรำข้าวหอมมะลิ เท่ากับ 0.63?0.03 mM กรดแกลลิกต่อ 10% สารสกัดตามลำดับ การตรวจสอบฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธีการกำจัดอนุมูลอิสระของ 2,2-diphenyl-1-picrylhydrzyl (DPPH) และผลการออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดเปลือกทับทิมดีกว่าน้ำมันรำข้าวหอมมะลิ โดยแสดงว่า IC50 เท่ากับ 0.028 และ 4.106 mg/ml ตามลำดับ ผลทดสอบการยับยั้งการเจริญของเชื้อ staphylococcus aureus และ Candida albicans ด้วยวิธี Agar diffusion พบว่าสารสกัดผสมเปลือกทับทิมและน้ำมันรำข้าวหอมมะลิที่ความเข้มข้น 2.5 และ 5.0% สามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อทั้งสองได้มากที่สุดโดยมีบริเวณการยับยั้ง (Inhibition zone) เท่ากันคือ 14 mm. โลชั่นทั้ง 8 สูตรเตรียมได้จากการผสมสารสกัดเปลือกทับทิมและน้ำมันรำข้าวหอมมะลิที่ความเข้มข้น 0,1,2.5 และ 5% ลงในโลชั่นสูตรพื้น 2 สูตร พบว่าโลชั่นสูตรที่มีปริมาณสารสกัด 2.5% จากโลชั่นสูตรที่ 3 และ 7 สามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อ staphylococcus aureus ได้ดีที่สุดโดยมีพื้นที่ยับยั้งเท่ากับ 5 และ 6 mm. ตามลำดับ แต่ไม่มีโลชั่นสูตรใดสามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อ Candida albicans โลชั่นทุกสูตรมีความคงตัวได้ดีในระยะเวลา 30 วัน ที่อุณหภูมิ 4, 30 และ 45 องศาเซลเซียส มีโลชั่นเพียง 3 สูตร คือ สูตรที่ 4, 7 และ 8 ที่มีค่าความเป็นกรดเบสเหมาะสม การประเมินความพึงพอใจของโลชั่นทั้ง 8 สูตรจากผู้ทดสอบ 20 คน พบว่าโลชั่นสูตรที่ 6 เป็นสูตรที่มีความพึงพอใจมากที่สุด ส่วนโลชั่นสูตรที่ 3, 5 และ 7 เป็นสูตรที่ได้รับความพึงพอใจเป็นอันดับที่ 2 จากการทำงานวิจัยครั้งนี้สามารถสรุปได้ว่าโลชั่นสูตรที่ 7 มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุดที่จะนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานชุมชนต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
จันทร์ฉาย พูนลาภเดชา , ชูศรี ไพศาลอุดมศิลป์ . . : ; .
|
