ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การปรับตัวของอุตสาหกรรมชาไทย เพื่อแข่งขันในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)

หน่วยงาน สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การปรับตัวของอุตสาหกรรมชาไทย เพื่อแข่งขันในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)
นักวิจัย : ประนาถ พิพิธกุล , ทัศนีย์ ลักษณะ
คำค้น : -
หน่วยงาน : สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : -
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การปรับตัวของอุตสาหกรรมชาไทย เพื่อแข่งขันในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาโครงสร้างและตำแหน่งอุตสาหกรรมชาไทยในตลาดอาเซียน ศึกษาศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมชาไทยในตลาดอาเซียน รวมทั้งเสนอแนวทางการแข่งขันและการปรับตัวของอุตสาหกรรมชาไทย ผลการศึกษา พบว่า โครงสร้างของอุตสาหกรรมชาไทยมีปัจจัยที่มีอิทธิพลในการแข่งขันสูงที่สุดได้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือลูกค้า รองลงมาคือ ผู้ขายปัจจัยการผลิตหรือผู้ขาย (Supplier) สำหรับคู่แข่งทางธุรกิจ มีอิทธิพลต่อการแข่งขันน้อย สินค้าทดแทนและ ผู้เข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่ แทบไม่มีอิทธิพลต่อการแข่งขันในอุตสาหกรรมชา นอกจากนี้การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ทั้งด้านโอกาส อุปสรรค จุดแข็ง และ จุดอ่อน สรุปได้ว่า อุตสาหกรรมชาของไทยอยู่ในช่วงที่มีจุดแข็ง และโอกาส ซึ่งสามารถใช้กลยุทธ์การขยายตัวของอุตสาหกรรมเพื่อมุ่งสู่การเป็นสินค้าดาวเด่น สำหรับปัจจุบันนี้สถานภาพของอุตสาหกรรมชาไทย อยู่ในช่วงที่ยังมีปัญหา แต่มีความน่าสนใจอยู่เนื่องจากอัตราการขยายตัวการส่งออกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สำหรับในอาเซียนไทยมีส่วนแบ่งการตลาดชาน้อย ถึงแม้ว่าอัตราการขยายตัวของขีดความสามารถในการแข่งขันมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น แต่ขีดความสามารถการแข่งขันยังอยู่ในระดับต่ำ หรือไม่มีความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบข้อเสนอแนะ อุตสาหกรรมชาของไทยมีทั้ง จุดแข็งและโอกาส แต่ยังมีปัญหาในโครงสร้างอุตสาหกรรม เนื่องจากขาดอำนาจต่อรองทั้งลูกค้า และผู้ขายปัจจัยการผลิต ดังนั้นอุตสาหกรรมชาของไทย ควรมีการพัฒนาศักยภาพการผลิต โดยการเพิ่มการผลิตชาพันธุ์ดี และชาอินทรีย์ เพื่อสนองความต้องการทั้งใน และต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนการขยายการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้าชา เนื่องจากประเทศไทยมีความได้เปรียบในเรื่องเทคโนโลยีการผลิตมากกว่าประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มอาเซียน ตลอดจนควรผลิตบรรจุภัณฑ์ใช้เองโดยใช้เอกลักษณ์ความเป็นไทย เพื่อประชาสัมพันธ์ชาไทยให้ต่างประเทศรู้จักมากยิ่งๆ ขึ้นไป นอกจากนี้ในด้านการตลาด ผู้ผลิตชาต้องมีการรวมกลุ่มกันขายสินค้า โดยตั้งราคาเดียวกัน เพื่อลดอำนาจการต่อรองของลูกค้าซึ่งกดราคาสินค้าชา สำหรับการซื้อปัจจัยการผลิตด้านเทคโนโลยีการผลิต ที่มีราคาแพงจากต่างประเทศ ผู้ผลิตชาควรรวมกลุ่มกันซื้อเพื่อต่อรองราคา และได้รับส่วนลด หรือได้รับเครดิตในการซื้อเครื่องจักรในการแปรรูป นอกจากนี้สถานภาพของอุตสาหกรรมชาของไทยซึ่งยังมีส่วนแบ่งการตลาดน้อย จึงส่งผลให้ไทยยังมีปัญหาในอุตสาหกรรม เช่น ทำรายได้ไม่มากนัก ธุรกิจมีกำไรน้อย ดังนั้นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ และการปรับตัวของอุตสาหกรรมชาไทยเพื่อแข่งขันในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งพัฒนาศักยภาพชาไทย ทั้งด้านการผลิต การแปรรูป การตลาด และแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ตลอดจนภาครัฐควรให้การสนับสนุนการผลิตชาพันธุ์ดี การเพิ่มการผลิตชาอินทรีย์ ตลอดจนให้ความสะดวกในเรื่องกฎเกณฑ์การส่งออก เพื่อให้ชาไทยสามารถส่งออกได้มากขึ้น ซึ่งจะเป็นการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดชาในประเทศอาเซียนในการแข่งขันต่อไป.

บรรณานุกรม :
ประนาถ พิพิธกุล , ทัศนีย์ ลักษณะ . (2554). การปรับตัวของอุตสาหกรรมชาไทย เพื่อแข่งขันในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC).
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร.
ประนาถ พิพิธกุล , ทัศนีย์ ลักษณะ . 2554. "การปรับตัวของอุตสาหกรรมชาไทย เพื่อแข่งขันในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร.
ประนาถ พิพิธกุล , ทัศนีย์ ลักษณะ . "การปรับตัวของอุตสาหกรรมชาไทย เพื่อแข่งขันในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร, 2554. Print.
ประนาถ พิพิธกุล , ทัศนีย์ ลักษณะ . การปรับตัวของอุตสาหกรรมชาไทย เพื่อแข่งขันในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC). กรุงเทพมหานคร : สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร; 2554.