| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาการตลาดแพะเนื้อ |
| นักวิจัย | : | ศุภลักษณ์ ถาวระ , จรินทร์ทิพย์ จงใจรักษ์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2555 |
| อ้างอิง | : | - |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาการตลาดแพะเนื้อ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์ลักษณะโครงสร้างตลาด หน้าที่ การตลาด พฤติกรรมตลาด วิถีการตลาด ส่วนเหลื่อมการตลาด ปัจจัยที่มีผลต่อส่วนเหลื่อมการตลาด และ ประสิทธิภาพการตลาด ข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาเป็นข้อมูลปฐมภูมิที่ได้จากการใช้แบบสอบถามสัมภาษณ์ เกษตรกร ผู้ประกอบการในระดับต่างๆ คือ พ่อค้ารวบรวมแพะเนื้อมีชีวิต พ่อค้าขายปลีกแพะเนื้อมีชีวิต และ พ่อค้าขายปลีกเนื้อแพะชําแหละ รวมทั้งสิ้น 188 ราย โดยทําการศึกษาข้อมูลในจังหวัดทั้ง 4 ภาค รวม 21 จังหวัด และข้อมูลทุติยภูมิได้จากเอกสารงานวิจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนข้อมูลทางสถิติที่หน่วยงานต่างๆ รวบรวมไว้เช่น กรมปศุสัตว์กรมศุลกากร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นต้น ผลการศึกษาพบว่า ลักษณะโครงสร้างตลาดแพะเนื้อมีชีวิต เป็นลักษณะตลาดผู้ขายมากราย และผู้ซื้อ มากราย วิถีการตลาดแพะเนื้อ พบว่า วิถีการตลาดแพะเนื้อเริ่มจากเกษตรกรที่ต้องการจะขายแพะเนื้อ โดยจะ ขายแพะเนื้อมีชีวิตให้เกษตรกรด้วยกันเองเพื่อไปขยายพันธุ์หรือขุนต่อ ขายให้กับผู้บริโภคโดยตรง และขายให้ พ่อค้าขายปลีกเนื้อแพะชําแหละ นอกจากนั้นก็จะขายให้กับพ่อค้ารวบรวมท้องถิ่น โดยพ่อค้าจะมารับซื้อจาก เกษตรกรในหมู่บ้าน หลังจากนั้นพ่อค้ารวบรวมแพะเนื้อมีชีวิตก็จะขายแพะเนื้อมีชีวิตต่อให้กับผู้บริโภค เกษตรกร และพ่อค้าขายปลีกเนื้อแพะชําแหละต่อไป โดยส่วนใหญ่จะขายเนื้อแพะชําแหละให้กับร้านอาหาร ภัตตาคาร/โรงแรม ส่วนเหลื่อมการตลาดและต้นทุนการตลาดของพ่อค้าในระดับต่างๆ ในตลาดแพะเนื้อ พบว่า ส่วนเหลื่อมการตลาดแพะเนื้อมีชีวิตจนกระทั่งขายปลีกเป็นเนื้อแพะชําแหละเท่ากับ 106.32 บาทต่อกิโลกรัม โดยสามารถแยกเป็นต้นทุนการตลาดทั้งหมด 89.51 บาทต่อกิโลกรัม และกําไรทั้งหมดของพ่อค้าคนกลาง เท่ากับ 16.81 บาทต่อกิโลกรัม เมื่อพิจารณาถึงต้นทุนการตลาด พ่อค้าขายปลีกเนื้อแพะชําแหละมีต้นทุน การตลาดมากที่สุดเท่ากับ 84.40 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของมูลค่าสูญเสียน้ําหนักในการฆ่า 43.93 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนพ่อค้ารวบรวมแพะเนื้อมีชีวิตมีต้นทุนการตลาดเท่ากับ 5.11 บาทต่อกิโลกรัม โดยส่วนใหญ่ เป็นค่าขนส่ง 2.46 บาทต่อกิโลกรัม ปัจจัยที่มีผลต่อส่วนเหลื่อมการตลาด คือ ราคาแพะเนื้อ ปริมาณแพะเนื้อ และค่าใช้จ่ายทางการตลาด ส่วนประสิทธิภาพการตลาดมีค่าเท่ากับ 261.54 ซึ่งมีค่าสูง แสดงว่าตลาดแพะเนื้อ มีประสิทธิภาพ จากผลการศึกษาสามารถเสนอข้อเสนอแนะได้ดังนี้ 1) ส่งเสริมให้มีการผลิตแพะเนื้อเพิ่มขึ้น เพื่อให้ สอดคล้องกับความต้องการบริโภคแพะเนื้อ 2) ส่งเสริมให้มีการประชาสัมพันธ์เพื่อเพิ่มการบริโภคเนื้อแพะ และให้ข้อมูลข่าวสารถึงคุณค่าทางอาหารของเนื้อแพะ 3) ขยายช่องทางในการจําหน่ายแพะเนื้อให้เพิ่มขึ้น 4) สร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะเนื้อ โดยให้เกษตรกรมีการรวมกันซื้อและรวมกันขาย เพื่อให้สามารถต่อรองทางด้านราคา 5) เพิ่มเจ้าหน้าที่ภาครัฐในการส่งเสริมการเลี้ยงแพะเนื้อ ให้เพียงพอต่อ ความต้องการบริโภค และการส่งออก 6) ควรหาวิธีลดต้นทุนด้านการขนส่ง เนื่องจากแพะเนื้อส่วนใหญ่จะใช้ บริโภคในภาคใต้แต่แหล่งผลิตอยู่ในภาคกลาง ทําให้เกิดการสูญเสียระหว่างการขนส่ง ทําให้ราคาแพะเนื้อมี ราคาสูงขึ้นเมื่อถึงมือผู้บริโภค 7) พ่อค้าขายปลีกควรมีการสร้างเครือข่ายเพื่อให้สามารถซื้อแพะเนื้อจาก เกษตรกรโดยตรงเพื่อลดต้นทุนทางการตลาด. |
| บรรณานุกรม | : |
ศุภลักษณ์ ถาวระ , จรินทร์ทิพย์ จงใจรักษ์ . (2555). การศึกษาการตลาดแพะเนื้อ.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร. ศุภลักษณ์ ถาวระ , จรินทร์ทิพย์ จงใจรักษ์ . 2555. "การศึกษาการตลาดแพะเนื้อ".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร. ศุภลักษณ์ ถาวระ , จรินทร์ทิพย์ จงใจรักษ์ . "การศึกษาการตลาดแพะเนื้อ."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร, 2555. Print. ศุภลักษณ์ ถาวระ , จรินทร์ทิพย์ จงใจรักษ์ . การศึกษาการตลาดแพะเนื้อ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร; 2555.
|
