| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาผลสัมฤทธิ์การจัดการเรียนการสอน โดยใช้ผังความคิดทางปัญญา วิชา ระบบคอมพิวเตอร์และสถาปัตยกรรม ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี |
| นักวิจัย | : | เจษฎาพร ปาคำวัง |
| คำค้น | : | ผังความคิดทางปัญญา,Mind Mapping |
| หน่วยงาน | : | มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ สถาบันวิจัยและพัฒนา |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2559 |
| อ้างอิง | : | http://research.pcru.ac.th/rdb/project/dataview/1180 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียน วิชาระบบคอมพิวเตอร์และสถาปัตยกรรม ที่จัดการเรียนการสอนโดยใช้ผังความคิดทางปัญญา (Mind Mapping) 2) ศึกษาความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนการสอน วิชาระบบคอมพิวเตอร์และสถาปัตยกรรม โดยใช้ผังความคิดทางปัญญา(Mind Mapping) ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาที่ลงทะเบียนในรายวิชาระบบคอมพิวเตอร์และสถาปัตยกรรม ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558 จำนวน 28 คน เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงานวิจัยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาระบบคอมพิวเตอร์และสถาปัตยกรรม เป็นแบบทดสอบชนิดปรนัย จำนวน 40 ข้อ ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก และแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อการเรียน โดยใช้คำถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) ใช้วิธีการหาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการสอน ก่อนเรียน(Pretest) หลังเรียน(Posttest) ของกลุ่มตัวอย่างที่สอนโดยใช้แผนที่ความคิด(Mind Mapping) พบว่า นักศึกษาได้คะแนนความก้าวหน้าเฉลี่ยเท่ากับ 11.29 โดยมีค่าเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 14.07 และค่าเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 25.36 เมื่อพิจารณาเป็นรายบุคคล พบว่า นักศึกษาได้คะแนนเพิ่มขึ้นทุกคน (คะแนนความก้าวหน้า) คือ ได้คะแนนเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 7-17 คะแนน จากคะแนนเต็ม 40 คะแนน ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อการเรียนการสอน โดยใช้ผังความคิดทางปัญญา วิชาระบบคอมพิวเตอร์และสถาปัตยกรรม พบว่า ผลการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์การจัดการเรียนการสอน วิชาระบบคอมพิวเตอร์และสถาปัตยกรรม ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี โดยใช้ผังความคิดทางปัญญา มีระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( =4.27, S.D.=0.63) พิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า นักศึกษามีความพึงพอใจอยู่ในระดับ มากที่สุด 2 ประเด็น เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ดังนี้ ความพึงพอใจโดยรวมต่อการเรียนการสอน โดยใช้ผังความคิดทางปัญญา ( =4.86, S.D.=0.35) วิธีสอนนี้ทำให้นักศึกษาเข้าใจบทเรียนได้ดี ( =4.57, S.D.=0.56) ในส่วนความพึงพอใจระดับ มาก มี 7 ประเด็น คือ นักศึกษามีความรู้สึกว่าวิธีสอนนี้ช่วยให้ทำงานได้อย่างมีระบบและรอบคอบ ( =4.46, S.D.=0.50) วิธีสอนนี้ทำให้นักศึกษาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกันกับเพื่อน( =4.39, S.D.=0.49) วิธีสอนนี้ช่วยให้บรรยากาศในชั้นเรียนเป็นกันเอง( =4.32, S.D.=0.47)วิธีสอนนี้น่าสนใจทำให้นักศึกษาอยากเข้าเรียนและเข้าร่วมกิจกรรม( =4.29, S.D.=0.45)วิธีสอนนี้ช่วยให้นักศึกษาเรียนด้วยความสนุกสนาน( =4.21, S.D.=0.41) นักศึกษาต้องการเรียนด้วยวิธีสอนแบบนี้อีก ( =4.14, S.D.=0.35) วิธีสอนนี้ช่วยให้นักศึกษาเรียนอย่างมีความสุข ( =4.00, S.D.=0.76) ในส่วนความพึงพอใจระดับ ปานกลาง มี 1 ประเด็น วิธีสอนนี้ช่วยให้นักศึกษานำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ( =3.43, S.D.=0.68) |
| บรรณานุกรม | : |
เจษฎาพร ปาคำวัง . (2559). การศึกษาผลสัมฤทธิ์การจัดการเรียนการสอน โดยใช้ผังความคิดทางปัญญา วิชา ระบบคอมพิวเตอร์และสถาปัตยกรรม ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี.
เพชรบูรณ์ : มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ สถาบันวิจัยและพัฒนา. เจษฎาพร ปาคำวัง . 2559. "การศึกษาผลสัมฤทธิ์การจัดการเรียนการสอน โดยใช้ผังความคิดทางปัญญา วิชา ระบบคอมพิวเตอร์และสถาปัตยกรรม ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี".
เพชรบูรณ์ : มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ สถาบันวิจัยและพัฒนา. เจษฎาพร ปาคำวัง . "การศึกษาผลสัมฤทธิ์การจัดการเรียนการสอน โดยใช้ผังความคิดทางปัญญา วิชา ระบบคอมพิวเตอร์และสถาปัตยกรรม ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี."
เพชรบูรณ์ : มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ สถาบันวิจัยและพัฒนา, 2559. Print. เจษฎาพร ปาคำวัง . การศึกษาผลสัมฤทธิ์การจัดการเรียนการสอน โดยใช้ผังความคิดทางปัญญา วิชา ระบบคอมพิวเตอร์และสถาปัตยกรรม ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี. เพชรบูรณ์ : มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ สถาบันวิจัยและพัฒนา; 2559.
|
