ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การทดสอบการใช้สาร Ampholyt 51 และสารละลายทำความสะอาดห้องเลี้ยงไหม สูตรจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อฆ่าเชื้อโรคในห้องเลี้ยงไหม
นักวิจัย : บัณฑรี โชติมโนธรรม , สฤษดิพร ชูประยูร , สมภพ จงรวยทรัพย์ , ทิพรรณี เสนะวงศ์ , สุนันทา พ่วงเสมา , จิราลักษณ์ ปรีดี , สุกานดา คำปลิว , ดร.ภัทรวดี สุ่มทอง นาคมี , ประเสริฐ โกศัลวิตร
คำค้น : โรคไหม , Nucleopolyhedrovirus , เชื้อโปรโตซัว , Nosema bombycis , เชื้อรา , Beauveri bassiana (Balsamo) Vuillemin , เชื้อแบคทีเรีย , Bacillus thuringiensis , โรค Sotto , Muscardines , Grasseries , Pebrine , สารทำความสะอาดห้องเลี้ยงไหม , สารละลายคลอรีน , Ampholyt 51 , สารละลายฟอร์มาลิน , สารละลายสูตรญี่ปุ่น , ห้องเลี้ยงไหม,
หน่วยงาน : กรมหม่อนไหม
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2558
อ้างอิง : http://www.qsds.go.th/research/file/268.pdf
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การทำความสะอาดห้องเลี้ยงไหมในปัจจุบันยังคงใช้สารละลายคลอรีน และสารละลายฟอร์มาลินในการฉีดพ่นห้องเลี้ยงไหม ทั้งก่อนและหลังการเลี้ยงหนอนไหมเพื่อกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคในหนอนไหม งานวิจัยนี้ได้ทดสอบประสิทธิภาพของสารทำความสะอาด Ampholyt 51 และสารละลายสูตรญี่ปุ่นเพื่อทดแทนการใช้สารละลายคลอรีน และสารละลายฟอร์มาลิน ในการยับยั้งและกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ 4 ชนิด คือ เชื้อแบคทีเรีย Bacillus thuringiensis สาเหตุโรค Sotto เชื้อรา Beauveri bassiana (Balsamo) Vuillemin สาเหตุโรค Muscardines เชื้อไวรัส Nucleopolyhedrovirus สาเหตุโรค Grasseries และเชื้อโปรโตซัว Nosema bombycis สาเหตุโรค Pebrine ในหนอนไหม พบว่าสารละลายฟอร์มาลินสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราได้ดีที่สุด และทำให้ผลึกโปรตีนของเชื้อไวรัสอยู่ในสภาพที่ไม่ทำงาน ส่วนสปอร์ของเชื้อโปรโตซัว สารละลายฟอร์มาลินทำให้สปอร์ แตกได้น้อย สำหรับสารละลายปูนคลอรีนได้ผลดีเมื่อมีการสัมผัสกับเชื้อจุลินทรีย์ทั้ง 4 ชนิด เห็นได้ชัดเจนเมื่อใช้กำจัดผลึกโปรตีนของเชื้อไวรัส และสปอร์ของเชื้อโปรโตซัว ส่วนสารละลาย Ampholyt 51 และสารละลายสูตรญี่ปุ่น จะใช้ได้ผลดีเมื่อสัมผัสกับเชื้อจุลินทรีย์เช่นกัน แต่สารละลาย Ampholyt 51 มีประสิทธิภาพน้อยกว่าสารละลายฟอร์มาลินแต่มากกว่าสารละลายปูนคลอรีน ส่วนสารละลายสูตรญี่ปุ่นมีประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราไม่ดี แต่มีประสิทธิภาพในการทำให้ผลึกโปรตีนของเชื้อไวรัสและสปอร์ของเชื้อโปรโตซัวแตกสูงกว่าการใช้สารละลายฟอร์มาลิน แต่ไม่เทียบเท่าสารละลายปูนคลอรีน ความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่ของกรมหม่อนไหมและเกษตรกรตรงกันในการต้องการสารละลายทำความสะอาดห้องเลี้ยงไหมชนิดอื่นเพื่อทดแทนสารละลายฟอร์มาลินและสารละลายปูนคลอรีน โดยเลือกใช้สารละลาย Ampholyt 51 มากกว่าสารละลายสูตรญี่ปุ่น และสารละลายทั้ง 2 ชนิดไม่มีพิษต่อหนอนไหมโดยปริมาณดักแด้สมบูรณ์ไม่แตกต่างจากกลุ่มควบคุม เมื่อคำนวณต้นทุนของสารละลายทำ ความสะอาดห้องเลี้ยงไหมทั้ง 4 ชนิด พบว่าสารละลายสูตรญี่ปุ่นชนิด Commercial Grade มีราคาต้นทุนของสารละลายต่อห้องเลี้ยงไหมต่ำที่สุด รองลงมาคือ สารละลายปูนคลอรีน ต่อมาคือ สารละลายฟอร์มาลิน สารละลาย Ampholyt 51 และสารละลายสูตรญี่ปุ่นชนิด AR Grade ตามลำดับ

บรรณานุกรม :