| ชื่อเรื่อง | : | การสืบทอดโนราเพื่อการดำรงอยู่ของวัฒนธรรมพื้นบ้าน: กรณีศึกษาโนรายก ชูบัว |
| นักวิจัย | : | พัทธานันท์ สมานสุข |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | พรทิพย์ อันทิวโรทัย , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2559 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/52366 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2559 งานวิจัยเชิงคุณภาพชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อวิเคราะห์คุณค่าของโนรา 2) เพื่อวิเคราะห์การสืบทอดโนราเพื่อการดำรงอยู่ของวัฒนธรรมพื้นบ้าน: กรณีศึกษาโนรายก ชูบัว 3) เพื่อนำเสนอแนวทางการสืบทอดโนราเพื่อการดำรงอยู่ของวัฒนธรรมพื้นบ้าน เก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสารและสารสนเทศ การสังเกต การสัมภาษณ์เชิงลึก มีผู้ให้ข้อมูลทั้งสิ้น 40 คน จำแนกเป็นกลุ่มบุคลลร่วมสมัย 10 คน กลุ่มผู้แสดง 10 คน กลุ่มผู้ชม 10 คน และกลุ่มศิษย์เก่า 10 คน และตรวจสอบร่างแนวทางการสืบทอดโนราเพื่อการดำรงอยู่ของวัฒนธรรมพื้นบ้าน โดยจัดสนทนากลุ่มผู้เชี่ยวชาญโนรา 7 คน และสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมและเทคโนโลยีการศึกษา 4 คน ผลการวิจัย พบว่า 1. คุณค่าของโนรามี 6 ด้าน คือ 1) ด้านร่างกาย ทำให้สรีระแข็งแรง ระบบไหลเวียนเลือดดี มีรูปร่างกำยำและบึกบึน เป็นที่น่าเกรงขาม 2) ด้านจิตใจ ทำให้มีสมาธิดี จิตใจได้ผ่อนคลาย ช่วยยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น มีจิตใจที่ละเอียดอ่อนละเมียดละไม เป็นการใช้โนราเพื่อกล่อมเกลาจิตใจทั้งผู้ชมและผู้แสดง 3) ด้านสุนทรียศาสตร์ สัมผัสได้จากท่ารำที่สง่างามทรงพลัง แฝงด้วยคติธรรม ความเชื่อและภูมิปัญญา รวมถึงชุดลูกปัดโนราและดนตรีที่มีท่วงทำนองกระฉับกระเฉงและเร้าใจ 4) ด้านจริยศาสตร์ เป็นการสอนผ่านบทกลอนโนราที่สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม ทำให้ผู้เรียนเกิดการตระหนักและหยั่งรู้ นำไปสู่การยกระดับเพื่อการเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ 5) ด้านหัตถศิลป์ เห็นได้จากเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับที่มีสีสันฉูดฉาด สร้างสรรค์เป็นงานศิลป์เฉพาะตัว 6) ด้านวรรณศิลป์ เห็นได้จากบทกลอนโนราที่ใช้ภาษาถิ่น เข้าใจง่ายและมีหลากหลายรูปแบบ เช่น กลอนสี่ กลอนหก กลอนแปด กาพย์ยานี 11 2. การสืบทอดโนราเพื่อการดำรงอยู่ของวัฒนธรรมพื้นบ้าน: กรณีศึกษาโนรายก ชูบัว พบว่า ครอบคลุมทั้งการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ผู้เรียนส่วนใหญ่เป็นนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา วิธีสอนเน้นทักษะ 4 ด้าน คือ การรำ การร้อง การทำบทและการเล่นเป็นเรื่อง วิธีสอนเฉพาะตัวของท่าน คือ รวบการรำและการร้องไปพร้อมกันเพื่อความรวดเร็ว กิจกรรมการเรียนรู้นิยมให้ผู้เรียนแต่งกลอนและการว่ามุตโตโนราตามแบบของท่าน 3. แนวทางการสืบทอดโนราเพื่อการดำรงอยู่ของวัฒนธรรมพื้นบ้าน ควรดำเนินการผ่านระบบการศึกษา 3 รูปแบบ คือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย และให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของสภาวัฒนธรรมตำบล แนวทางการสืบทอดผ่านการศึกษาในระบบ ได้แก่ เพิ่มชั่วโมงเรียนโนรามากขึ้นในวิทยาลัยนาฏศิลป ผลิตครูโนราให้เพียงพอกับความต้องการ บูรณาการโนราในรายวิชาต่างๆ จัดกิจกรรมโนราทั้งในและนอกสถานศึกษา จัดตั้งกองทุนศิลปะและวัฒนธรรม ตลอดจนสนับสนุนส่งเสริมการวิจัยเกี่ยวกับโนรา แนวทางการสืบทอดผ่านการศึกษานอกระบบ ได้แก่ จัดอบรมหลักสูตรระยะสั้น เปิดโปรแกรมการเรียนการสอนอาชีพ เช่น การรำแก้บน การทำเทริด การผลิตชุดเครื่องลูกปัดโนรา การประดิษฐ์โนราจำลอง แนวทางการสืบทอดผ่านการศึกษาตามอัธยาศัย ได้แก่ สร้างเครือข่ายออนไลน์ “โนราเพื่อการดำรงอยู่” ผลิตสื่อการเรียนการสอนโนราโดยการใช้มัลติมีเดียหรือสื่อประสมเพื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัย เช่น อินโฟกราฟฟิก แบบเรียนการ์ตูนโนรา เป็นต้น และนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ รวมทั้งระดมสรรพกำลังจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อส่งเสริมการจัดกิจกรรมโนรา โดยมีสภาวัฒนธรรมจังหวัดและสภาวัฒนธรรมตำบลเป็นหลัก ส่งผลให้โนราดำรงอยู่ในวัฒนธรรมพื้นบ้านภาคใต้อย่างยั่งยืนสืบไป |
| บรรณานุกรม | : |
พัทธานันท์ สมานสุข . (2559). การสืบทอดโนราเพื่อการดำรงอยู่ของวัฒนธรรมพื้นบ้าน: กรณีศึกษาโนรายก ชูบัว.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พัทธานันท์ สมานสุข . 2559. "การสืบทอดโนราเพื่อการดำรงอยู่ของวัฒนธรรมพื้นบ้าน: กรณีศึกษาโนรายก ชูบัว".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พัทธานันท์ สมานสุข . "การสืบทอดโนราเพื่อการดำรงอยู่ของวัฒนธรรมพื้นบ้าน: กรณีศึกษาโนรายก ชูบัว."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2559. Print. พัทธานันท์ สมานสุข . การสืบทอดโนราเพื่อการดำรงอยู่ของวัฒนธรรมพื้นบ้าน: กรณีศึกษาโนรายก ชูบัว. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2559.
|
