ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของกรดไขมันอิสระต่อสมบัติของเชื้อเพลิงชีวภาพไมโครอิมัลชันที่เตรียมจากน้ำมันพืชใช้แล้ว

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของกรดไขมันอิสระต่อสมบัติของเชื้อเพลิงชีวภาพไมโครอิมัลชันที่เตรียมจากน้ำมันพืชใช้แล้ว
นักวิจัย : ชนารดี เผนานนท์
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุธา ขาวเธียร , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2559
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/52281
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2559

งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาปริมาณกรดไขมันอิสระในน้ำมันพืชใช้แล้ว และศึกษาผลของโครงสร้างสารลดแรงตึงผิวร่วมแบบโซ่ตรง (1-Octanol) และแบบกิ่งก้าน (Isooctanol) ที่มีผลต่อการเกิดวัฏภาคของสารและสมบัติของเชื้อเพลิงชีวภาพไมโครอิมัลชันเปรียบเทียบกับมาตรฐานเชื้อเพลิงไบโอดีเซล (ASTM D6751) การศึกษาได้สุ่มตัวอย่างน้ำมันพืชใช้แล้วที่มีปริมาณกรดไขมันอิสระ ได้แก่ ร้อยละ 0.3 0.4 และ 0.5 โดยเริ่มต้นจากการบำบัดขั้นต้น ได้แก่ กระบวนการทางกายภาพเพื่อกำจัดสิ่งปนเปื้อนในน้ำมันพืช และการกำจัดกรดไขมันอิสระเพื่อลดปริมาณกรดไขมันอิสระในน้ำมันพืช ตามด้วยกระบวนการไมโครอิมัลชันเพื่อลดความหนืดของน้ำมันพืชใช้แล้ว โดยใช้การผสมสารที่มีสมบัติเป็นเชื้อเพลิง ได้แก่ น้ำมันผสมระหว่างน้ำมันพืชใช้แล้วและดีเซล และเอทานอล ซึ่งไม่สามารถรวมตัวเป็นเนื้อเดียวกันได้ ให้สามารถรวมตัวเป็นเนื้อเดียวกันด้วยสารลดแรงตึงผิวและสารลดแรงตึงผิวร่วม ผลการศึกษาพบว่าน้ำมันพืชใช้แล้วที่มีปริมาณกรดไขมันอิสระร้อยละ 0.5 ส่งผลต่อปริมาณการใช้สารลดแรงตึงผิวและสารลดแรงตึงผิวร่วม มีการใช้ปริมาณสารลดแรงตึงผิวและสารลดแรงตึงผิวร่วมในการทำให้รวมตัวเป็นเนื้อเดียวกันน้อยกว่า น้ำมันพืชใช้แล้วที่มีปริมาณกรดไขมันอิสระร้อยละ 0.4 และ 0.3 ตามลำดับ เนื่องจากกรดไขมันอิสระมีสมบัติเป็นสารลดแรงตึงผิว โดยสัดส่วนที่เหมาะสมในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพไมโครอิมัลชันจากน้ำมันพืชใช้แล้วที่ผ่านกระบวนการบำบัดทางกายภาพคือ ใช้วัฏภาคของน้ำมันพืช/ดีเซล ร้อยละ 60 วัฏภาคของเอทานอล ร้อยละ 20 และสารลดแรงตึงผิว/สารลดแรงตึงผิวร่วม ร้อยละ 20 ตามลำดับ และสัดส่วนที่เหมาะสมในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพไมโครอิมัลชันจากน้ำมันพืชใช้แล้วที่ผ่านการกำจัดกรดไขมันอิสระคือ ใช้วัฏภาคของน้ำมันพืช/ดีเซล ร้อยละ 90 วัฏภาคของเอทานอล ร้อยละ 5 และสารลดแรงตึงผิว/สารลดแรงตึงผิวร่วม ร้อยละ 5 ตามลำดับ ผลของการเปรียบเทียบสมบัติของเชื้อเพลิงชีวภาพ ไมโครอิมัลชันเทียบกับค่ามาตรฐานพบว่าเชื้อเพลิงชีวภาพไมโครอิมัลชันที่เตรียมจากสัดส่วนที่เหมาะสมผ่านเกณฑ์มาตรฐาน และโครงสร้างของสารลดแรงตึงผิวร่วมไม่มีผลต่อการเกิดวัฏภาคของสารและสมบัติของเชื้อเพลิงชีวภาพไมโครอิมัลชัน ดังนั้นการสังเคราะห์เชื้อเพลิงชีวภาพไมโครอิมัลชันจากน้ำมันพืชใช้แล้วเป็นทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้อีกทางหนึ่ง

บรรณานุกรม :
ชนารดี เผนานนท์ . (2559). ผลของกรดไขมันอิสระต่อสมบัติของเชื้อเพลิงชีวภาพไมโครอิมัลชันที่เตรียมจากน้ำมันพืชใช้แล้ว.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชนารดี เผนานนท์ . 2559. "ผลของกรดไขมันอิสระต่อสมบัติของเชื้อเพลิงชีวภาพไมโครอิมัลชันที่เตรียมจากน้ำมันพืชใช้แล้ว".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชนารดี เผนานนท์ . "ผลของกรดไขมันอิสระต่อสมบัติของเชื้อเพลิงชีวภาพไมโครอิมัลชันที่เตรียมจากน้ำมันพืชใช้แล้ว."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2559. Print.
ชนารดี เผนานนท์ . ผลของกรดไขมันอิสระต่อสมบัติของเชื้อเพลิงชีวภาพไมโครอิมัลชันที่เตรียมจากน้ำมันพืชใช้แล้ว. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2559.