ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อคำนวณความหนาของคอนกรีตสำหรับกำบังรังสีแกมมา

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อคำนวณความหนาของคอนกรีตสำหรับกำบังรังสีแกมมา
นักวิจัย : มูฮำหมัดซู สุหลง
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สมยศ ศรีสถิตย์ , สมบูรณ์ รัศมี , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2559
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/52191
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2559

งานวิจัยนี้ได้พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในการคำนวณความหนาผนังคอนกรีตสำหรับกำบังรังสีแกมมา โดยการทดลองวัดหาค่า Build-up factor และสัมประสิทธิ์การลดทอนเชิงเส้นของแผ่นคอนกรีตที่มีความหนาแน่นต่างกัน 3 ชนิด ได้แก่ 2.13 g/cm3, 2.44 g/cm3 และ 2.47 g/cm3 ใช้ความหนาในช่วง 0-60 เซนติเมตร ต้นกำเนิดรังสีแกมมาจาก Cs-137 พลังงาน 0.662 MeV และ Co-60 พลังงานเฉลี่ย 1.25 MeV และได้คำนวณค่า Build-up factor จากการจำลองด้วยโปรแกรม MCNP5 โดยใช้คอนกรีตความหนาแน่น 2.35 g/cm3 และต้นกำเนิดรังสีแกมมาพลังงาน 0.662 MeV, 1.25 MeV, 5 MeV และ 10 MeV ทั้งนี้พบว่า ค่า Build-up factor จากการทดลองและการจำลองด้วยโปรแกรม MCNP5 นั้น ให้ผลที่สอดคล้องกัน เมื่อเปรียบเทียบกับค่ามาตรฐาน เมื่อนำข้อมูลจากการทดลองมาใช้ในการคำนวณความหนาของผนังคอนกรีตด้วยโปรแกรมที่พัฒนาขึ้น พบว่าสะดวกรวดเร็วและได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เหมาะสำหรับใช้ในการคำนวณความหนาของผนังคอนกรีต

บรรณานุกรม :
มูฮำหมัดซู สุหลง . (2559). การพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อคำนวณความหนาของคอนกรีตสำหรับกำบังรังสีแกมมา.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
มูฮำหมัดซู สุหลง . 2559. "การพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อคำนวณความหนาของคอนกรีตสำหรับกำบังรังสีแกมมา".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
มูฮำหมัดซู สุหลง . "การพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อคำนวณความหนาของคอนกรีตสำหรับกำบังรังสีแกมมา."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2559. Print.
มูฮำหมัดซู สุหลง . การพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อคำนวณความหนาของคอนกรีตสำหรับกำบังรังสีแกมมา. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2559.