| ชื่อเรื่อง | : | การพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมตามแนวคิดการเรียนรู้ของผู้ใหญ่และการเรียนรู้โดยการรับใช้สังคมเพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกสาธารณะสำหรับทหารกองประจำการกองทัพไทย |
| นักวิจัย | : | ศุภวดี มีเพียร |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | อาชัญญา รัตนอุบล , จุฬารัตน์ เพชรวิเศษ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2559 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/52144 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2559 การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพและระดับจิตสำนึกสาธารณะของทหารกองประจำการ 2) พัฒนารูปแบบการฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกสาธารณะของทหารกองประจำการ และ 3) นำเสนอนโยบายเชิงปฏิบัติในการใช้รูปแบบการฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกสาธารณะของทหารกองประจำการ กลุ่มตัวอย่างในการดำเนินการพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกสาธารณะคือ ทหารกองประจำการ หน่วยกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 4 จำนวน 30 นาย โดยมีเครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินการนี้คือ แบบสังเกตแบบมีส่วนร่วม และแบบสอบถามเพื่อวัดระดับจิตสำนึกสาธารณะของทหารกองประจำการโดยวัดผลทั้งก่อนและหลังการดำเนินการฝึกอบรม แบบสัมภาษณ์ และแบบสนาทนากลุ่ม ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ การฝึกทหารกองประจำการในปัจจุบันยังไม่มีการฝึกด้านจิตสำนึกสาธารณะที่ชัดเจน แต่จะใช้การปลูกฝังเรื่องอุดมการณ์ความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นแนวทางการฝึกด้านจิตสำนึกสาธารณะแทนกอปรกับทหารกองประจำการทั่วประเทศมีจิตสำนึกสาธารณะในระดับการนึกถึงประโยชน์ส่วนตน คิดเป็นร้อยละ 38.3 การดำเนินการฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกสาธารณะ ประกอบไปด้วย 8 ขั้นตอน ได้แก่ การสร้างความคุ้นเคย การยึดโยงการมีส่วนร่วม การสร้างความร่วมมือกับชุมชน การสร้างเป้าหมายการเรียนรู้ การเตรียมความพร้อม การปฏิบัติเพื่อสังคม การสะท้อนคิด และการประเมินผล โดยภายหลังการฝึกอบรมตามแนวทางที่พัฒนาขึ้น ทหารกองประจำการมีจิตสำนึกสาธารณะในระดับการนึกถึงประโยชน์ส่วนรวมสูงสุด คิดเป็นร้อยละ 56.6 ซึ่งมีระดับจิตสำนึกสาธารณะเพิ่มขึ้นจากก่อนฝึกอบรม ร้อยละ 26.6 ทหารกองประจำการมีระดับจิตสำนึกสาธารณะหลังการฝึกอบรมแตกต่างจากก่อนการฝึกอบรมอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 ทั้งนี้รูปแบบการฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกสาธารณะของทหารกองประจำการมี 5 องค์ประกอบ คือ 1) ความเชื่อ 2) แนวคิด ประกอบด้วยการศึกษานอกระบบโรงเรียน การเรียนรู้ผู้ใหญ่ และการเรียนรู้โดยการรับใช้สังคม 3) บริบทของรูปแบบ ได้แก่ บริบทเชิงสังคมและวัฒนธรรม บริบทเชิงบรรยากาศ บริบทเชิงทรัพยากร 4) ผู้ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยกลุ่มเป้าหมาย ผู้จัดการฝึกอบรม พี่เลี้ยง ชุมชน และหน่วยสนับสนุน และ 5) กระบวนการฝึกอบรม ประกอบด้วยการหาความจำเป็น การสร้างหลักสูตรฝึกอบรม การกำหนดโครงการฝึกอบรม การดำเนินการฝึกอบรม และการประเมินผล นโยบายเชิงปฏิบัติระดับยุทธศาสตร์ ได้แก่ การมีขีดความสามารถในการช่วยเหลือประชาชนในทุกด้าน การเสริมสร้างความรู้เพื่อให้สามารถเป็นผู้นำชุมชนได้ การมีจิตอาสาและจิตสาธารณะ การมีความคิดริเริ่มและสร้างสรรค์ในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาชุมชน ระดับยุทธการ ได้แก่ การพัฒนาขีดความสามารถทหารกอกงประจำการ การทำความเข้าใจเรื่องการเป็นผู้นำชุมชน การสนับสนุนให้ทหารกองประจำการอาสาและปฏิบัติงานช่วยเหลือชุมชน และพัฒนาคู่มือฝึกทหารใหม่ ระดับยุทธวิธี ได้แก่ การพัฒนาทักษะที่จำเป็นในการช่วยเหลือชุมชน การปลูกฝังการปฏิบัติงานที่ไม่หวังผลตอบแทน การเสริมสร้างจิตสำนึกสาธารณะ และการผนึกกำลังทุกภาคส่วน ในระดับบุคคล ได้แก่ การมีความพร้อมอยู่เสมอ การตระหนักรู้ปัญหาชุมชน การมีส่วนร่วมกับชุมชน และการฝึกฝนทักษะที่จำเป็นในการช่วยเหลือชุมชน |
| บรรณานุกรม | : |
ศุภวดี มีเพียร . (2559). การพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมตามแนวคิดการเรียนรู้ของผู้ใหญ่และการเรียนรู้โดยการรับใช้สังคมเพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกสาธารณะสำหรับทหารกองประจำการกองทัพไทย.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ศุภวดี มีเพียร . 2559. "การพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมตามแนวคิดการเรียนรู้ของผู้ใหญ่และการเรียนรู้โดยการรับใช้สังคมเพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกสาธารณะสำหรับทหารกองประจำการกองทัพไทย".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ศุภวดี มีเพียร . "การพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมตามแนวคิดการเรียนรู้ของผู้ใหญ่และการเรียนรู้โดยการรับใช้สังคมเพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกสาธารณะสำหรับทหารกองประจำการกองทัพไทย."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2559. Print. ศุภวดี มีเพียร . การพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมตามแนวคิดการเรียนรู้ของผู้ใหญ่และการเรียนรู้โดยการรับใช้สังคมเพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกสาธารณะสำหรับทหารกองประจำการกองทัพไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2559.
|
