ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ภาวะสุขภาพ การปฏิบัติกิจกรรม การสนับสนุนจากครอบครัวกับความผาสุกทางใจของผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุกรุงเทพมหานคร

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ภาวะสุขภาพ การปฏิบัติกิจกรรม การสนับสนุนจากครอบครัวกับความผาสุกทางใจของผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุกรุงเทพมหานคร
นักวิจัย : นารีรัตน์ เชื้อสูงเนิน
คำค้น : ผู้สูงอายุ , ผู้สูงอายุ -- ความสัมพันธ์ในครอบครัว , ผู้สูงอายุ -- สุขภาพและอนามัย , Older people , Older people -- Domestic relations , Older people -- Health and hygiene , Well-being
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : จิราพร เกศพิชญวัฒนา , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะพยาบาลศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2550
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/52438
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (พย.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับของการรับรู้ภาวะสุขภาพ การปฏิบัติกิจกรรม การสนับสนุนจากครอบครัว ความผาสุกทางใจ และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ภาวะสุขภาพ การปฏิบัติกิจกรรม การสนับสนุนจากครอบครัวกับความผาสุกทางใจในผู้สูงอายุที่เข้าร่วมชมรมผู้สูงอายุ กรุงเทพมหานคร จำนวน 250 คน ที่คนเป็นสมาชิกชมรมผู้สูงอายุที่ดำเนินงานภายใต้ สหพันธ์ชมรมผู้สูงอายุกรุงเทพมหานครเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามการรับรู้ภาวะสุขภาพ แบบสอบถามการปฏิบัติกิจกรรมแบบสอบถามการสนับสนุนจากครอบครัว และแบบสอบถามความผาสุกทางใจ ผ่านการตรวจความตรงตามเนื้อหาโดย ผู้ทรงคุณวุฒิ และจากการหาค่าความตรงตามเนื้อหาเท่ากับ 1.0, .95, .82 และ 1.0 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ สถิติค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ผลการวิจัย สรุปได้ดังนี้ 1. ความผาสุกทางใจของผู้สูงอายุที่เข้าร่วมชมรมผู้สูงอายุกรุงเทพมหานคร อยู่ในระดับสูง 2. การรับรู้ภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุที่เข้าร่วมชมรมผู้สูงอายุกรุงเทพมหานคร อยู่ในระดับดี และมีความสัมพันธ์ทางบวกกับความผาสุกทางใจ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.5 (r = .129) 3. การปฏิบัติกิจกรรมของผู้สูงอายุที่เข้าร่วมชมรมผู้สูงอายุอยู่ในระดับมาก และมีความสัมพันธ์ทางบวก กับความผาสุกทางใจ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.5 (r = .441) 4. การสนับสนุนจากครอบครัวของผู้สูงอายุที่เข้าร่วมชมรมผู้สูงอายุกรุงเทพมหานคร อยู่ในระดับสูงและมีความสัมพันธ์ทางบวกกับความผาสุกทางใจ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.5 (r = .439)จากผลการศึกษาวิจัย ทำให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ภาวะสุขภาพ การปฏิบัติกิจกรรม การสนับสนุนจากครอบครัว กับความผาสุกทางใจ ของผู้สูงอายุที่เข้าร่วมชมรมผู้สูงอายุกรุงเทพมหานคร ในบริบทของสังคมเมืองหลวง ซึ่งมีลักษณะความเป็นอยู่ และวิถีชีวิต ที่แตกต่างจากสังคมชนบท สามารถนำความรู้เกี่ยวกับความผาสุกทางใจ และปัจจัยที่มีผลต่อความผาสุกทางใจ ใช้เป็นแนวทางในการดูแลเพื่อส่งเสริมสุขภาพโดยเฉพาะด้านจิตสังคมแก่ผู้สูงอายุที่อาศัยในชุมชน

บรรณานุกรม :
นารีรัตน์ เชื้อสูงเนิน . (2550). ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ภาวะสุขภาพ การปฏิบัติกิจกรรม การสนับสนุนจากครอบครัวกับความผาสุกทางใจของผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุกรุงเทพมหานคร.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นารีรัตน์ เชื้อสูงเนิน . 2550. "ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ภาวะสุขภาพ การปฏิบัติกิจกรรม การสนับสนุนจากครอบครัวกับความผาสุกทางใจของผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุกรุงเทพมหานคร".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นารีรัตน์ เชื้อสูงเนิน . "ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ภาวะสุขภาพ การปฏิบัติกิจกรรม การสนับสนุนจากครอบครัวกับความผาสุกทางใจของผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุกรุงเทพมหานคร."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. Print.
นารีรัตน์ เชื้อสูงเนิน . ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ภาวะสุขภาพ การปฏิบัติกิจกรรม การสนับสนุนจากครอบครัวกับความผาสุกทางใจของผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.