| ชื่อเรื่อง | : | การพัฒนาตัวบ่งชี้สมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาของรัฐระดับมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน |
| นักวิจัย | : | เยาวณี เสมา |
| คำค้น | : | สมรรถนะ , ผู้บริหารโรงเรียน , ผู้อำนวยการโรงเรียน , โรงเรียนมัธยมศึกษา , Performance , School administrators , School principals , High schools |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ศิริชัย กาญจนวาสี , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2549 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/51698 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549 การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาตัวบ่งชี้สมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาของรัฐที่จัดการเรียนรู้ในระดับมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยพิจารณาจากมาตรฐานตำแหนงและมาตรฐานวิทยฐานะและบุคลิกลักษณะของผู้บริหารสถานศึกษา และ 2) สำรวจสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาของรัฐที่จัดการเรียนรู้ในระดับมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำแนกตามขนาดสถานศึกษาและภูมิภาค ตามการรับรู้ของผู้เกี่ยวข้อง กลุ่มตัวอย่างคือผู้บริหารสถานศึกษาของรัฐ ระดับมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 406 คน การเก็บรวบข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามรองผู้อำนวยการและหัวหน้างานแผนงาน สถานศึกษาละ 2 คน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติ เชิงบรรยายโดยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (one-Way ANOVA) ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. ผลการพัฒนาตัวบ่งชี้ได้ตัวบ่งชี้สมรรถนะผู้บริหารระดับมัธยมศึกษาจำนวน 78 ตัวบ่งชี้เป็นตัวบ่งชี้ด้านความรู้ 26 ด้านทักษะ 26 และด้านบุคลิกลักษณะ 26 ตัวบ่งชี้ พัฒนาจากร่างตัวบ่งชี้ที่มีค่าเฉลี่ยความสำคัญอยู่ระหว่าง 4.12-4.87 และมีคา IOC อยู่ระหว่าง 0.8-1.00 2. ผลการสำรวจสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาของรัฐระดับมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่า มีสมรรถนะในระดับสูงทั้งด้านความรู้ ทักษะและบุคลิกลักษณะ โดยมีผลการสำรวจสูงสุด้านความรู้ รองลงมาด้านบุคลิกลักษณะ และด้านทักษะตามลำดับ สมรรถนะที่มีผลการสำรวจสูงสุด คือ ทักษะในการติดต่อสื่อสาร และต่ำสุดคือทักษะการสั่งการ/การมอบหมายงาน ผลการสำรวจจำแนกตามขนาดโรงเรียนพบว่าโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษมีผลการสำรวจสูงสุดทั้ง 3 ด้าน รองลงมาเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ขนาดกลางและขนาดใหญ่ตามลำดับ ผู้บริหารโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ ขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดเล็ก มีสมรรถนะสูงสุดคือความรู้ในเรื่องการประชาสัมพันธ์ การบริหารบุคคลและทีมงาน ความรับผิดชอบและ วิสัยทัศน์ ตามลำดับ ผลการสำรวจจำแนกตามภูมิภาค พบว่าภาคตะวันออกมีผลการสำรวจสูงสุดทั้ง 3 ด้าน รองลงมาเป็นภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร ตามลำดับ ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้มีสรรถนะสูงสุด ด้านความรู้ในเรื่องการประชาสัมพันธ์ และด้านบุคลิกลักษณะ ได้แก่ มีวิสัยทัศน์ ความรับผิดชอบ การอุทิศตนและเวลา และใจกว้างรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ตามลำดับ |
| บรรณานุกรม | : |
เยาวณี เสมา . (2549). การพัฒนาตัวบ่งชี้สมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาของรัฐระดับมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เยาวณี เสมา . 2549. "การพัฒนาตัวบ่งชี้สมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาของรัฐระดับมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เยาวณี เสมา . "การพัฒนาตัวบ่งชี้สมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาของรัฐระดับมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549. Print. เยาวณี เสมา . การพัฒนาตัวบ่งชี้สมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาของรัฐระดับมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.
|
