| ชื่อเรื่อง | : | ความสัมพันธ์ของภาวะง่วงนอนมากผิดปกติกับอาการกำเริบของโรคในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในช่วงระยะเวลา 6 เดือน |
| นักวิจัย | : | วีราภรณ์ พุฒิวงศ์รักษ์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | นฤชา จิรกาลวสาน , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2558 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/51354 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วัตถุประสงค์: เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างการเปลี่ยนแปลงของภาวะความง่วงนอนมากผิดปกติในเวลากลางวัน โดยใช้คะแนนความง่วงนอนจากแบบสอบถาม (Epworth sleepiness scale) ว่ามีความสัมพันธ์กับ การกำเริบ (acute exacerbation)ของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังโดยสังเกตจากจำนวนครั้งในการกำเริบของตัวโรคหรือไม่ ในช่วงระยะที่มีการติดตามคนไข้เป็นระยะเวลา 6 เดือน วิธีการวิจัย: การศึกษาเชิงสหสัมพันธ์แบบไปข้างหน้า (Prospective correlational study) โดยการที่ติดตามการเปลี่ยนแปลงของระดับคะแนนความง่วงนอนโดยใช้แบบสอบถามชุดเดียวกัน (Epworth sleepiness scale (ESS)) ในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่มีการประเมินระดับความรุนแรงของโรคโดยการวัดการทำงานของปอด (Pulmonary function test) โดยวินิจฉัยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังโดยใช้เกณฑ์ post bronchodilator FEV1/FVC<70% โดยอยู่ในกลุ่มที่มีการอุดกั้นระดับรุนแรงปานกลางหรือรุนแรงมาก (GOLD 3 และ GOLD 4) โดยมี post bronchodilator FEV1 < 50% predicted และมารับการตรวจรักษาและติดตามอาการที่หน่วยโรคปอด โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จำนวน 29 ราย เป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยเก็บข้อมูลที่จุดเริ่มต้นและเมื่อครบ 6 เดือน โดย ณ จุดเวลาที่เก็บข้อมูลทั้งสองครั้งต้องไม่มีการกำเริบของโรคนำมาก่อนอย่างน้อย 1 เดือน และติดตามจำนวนครั้งในการกำเริบของโรค (Acute exacerbation) ในระยะเวลา 6 เดือน และหาความสัมพันธ์ของทั้งสองปัจจัยโดยใช้ Pearson’s correlation coefficient ผลการศึกษา: ค่าการเปลี่ยนแปลงคะแนนความง่วงนอน (ESS change) มีความสัมพันธ์ในทางตรงกันข้ามกับการกำเริบของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (correlation coefficient = -0.4210) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P value 0.0405) และเมื่อทำ Subgroup analysis พบว่า กลุ่มที่มีคะแนนความง่วงนอนน้อยตั้งแต่เข้าเริ่มการวิจัย (ESS ครั้งที่ 1 < 10) เป็นกลุ่มที่มีความสัมพันธ์ในทางตรงกันข้ามกับการกำเริบของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (correlation coefficient = -0.4595) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P value 0.0478) และคะแนนความง่วงนอนที่ลดลงมากกว่าหรือเท่ากับ 2 จะเพิ่มปัจจัยเสี่ยงในการกำเริบของโรคถึง 8 เท่า แต่ในกลุ่มที่มีคะแนนความง่วงนอนมากตั้งแต่เข้าเริ่มการวิจัย (ESS ครั้งที่ 1 ≥ 10) ผลการศึกษาพบว่าไม่มีความสัมพันธ์กันระหว่างค่าการเปลี่ยนแปลงคะแนนความง่วงนอน (ESS change) กับการกำเริบของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (P value 0.1817) ทั้งนี้ปัจจัยต่างๆอันได้แก่ อายุ เพศ การสูบบุหรี่ ชั่วโมงการนอน โรคประจำตัว สมรรถภาพการทำงานของปอด และคุณภาพการนอนหลับ ไม่มีความสัมพันธ์กับการกำเริบของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (P value > 0.05) สรุป: ในกลุ่มผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่ไม่มีภาวะความง่วงนอนมากผิดปกติในเวลากลางวัน (ESS <10) พบว่าค่าการเปลี่ยนแปลงคะแนนความง่วงนอน (Epworth Sleepiness Scale) ที่ลดลง สัมพันธ์กับการเกิดการกำเริบของโรคที่มากขึ้น และคะแนนความง่วงนอนที่ลดลงมากกว่าหรือเท่ากับ 2 จะเพิ่มปัจจัยเสี่ยงในการกำเริบของโรคถึง 8 เท่า วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558 |
| บรรณานุกรม | : |
วีราภรณ์ พุฒิวงศ์รักษ์ . (2558). ความสัมพันธ์ของภาวะง่วงนอนมากผิดปกติกับอาการกำเริบของโรคในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในช่วงระยะเวลา 6 เดือน.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วีราภรณ์ พุฒิวงศ์รักษ์ . 2558. "ความสัมพันธ์ของภาวะง่วงนอนมากผิดปกติกับอาการกำเริบของโรคในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในช่วงระยะเวลา 6 เดือน".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วีราภรณ์ พุฒิวงศ์รักษ์ . "ความสัมพันธ์ของภาวะง่วงนอนมากผิดปกติกับอาการกำเริบของโรคในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในช่วงระยะเวลา 6 เดือน."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558. Print. วีราภรณ์ พุฒิวงศ์รักษ์ . ความสัมพันธ์ของภาวะง่วงนอนมากผิดปกติกับอาการกำเริบของโรคในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในช่วงระยะเวลา 6 เดือน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2558.
|
