ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาประสิทธิผลระหว่างยาวาเรนิคลินและยานอร์ทริปไทลินในการเลิกบุหรี่ระยะสั้นสำหรับผู้ป่วยนอก

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาประสิทธิผลระหว่างยาวาเรนิคลินและยานอร์ทริปไทลินในการเลิกบุหรี่ระยะสั้นสำหรับผู้ป่วยนอก
นักวิจัย : ปรเมศร์ ขุนรงณ์
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ฉันชาย สิทธิพันธุ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2558
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/51346
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558

ที่มาและวัตถุประสงค์ : ปัจจุบันมียาสำหรับช่วยเลิกบุหรี่อยู่ 5 ชนิด ได้แก่ สารทดแทนนิโคติน, บูโพรเพียน, โคลนิดิน, นอร์ทริปไทลิน และวาเรนิคลิน พบว่าวาเรนิคลินมีประสิทธิผลที่เหนือกว่าบูโพรเพียนและสารทดแทนนิโคติน และยังพบว่าอัตราการเลิกบุหรี่ของผู้ที่ใช้บูโพรเพียนดีกว่าผู้ที่ใช้นอร์ทริปไทลินแต่ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ. การศึกษาในอดีตของเราพบว่าอัตราการเลิกบุหรี่ของวาเรนิคลินและนอร์ทริปไทลินในผู้ป่วยในไม่มีความแตกต่างกัน การศึกษานี้ได้ประเมินประสิทธิผลและความปลอดภัยของยาวาเรนิคลินและยานอร์ทริปไทลินในการเลิกบุหรี่ของผู้ป่วยนอก วิธีการศึกษา : เป็นการศึกษาแบบสุ่ม โดยให้รับประทานยา 12 สัปดาห์และติดตามต่อจนครบ 16 สัปดาห์ เริ่มเก็บข้อมูลตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2558 ถึง เดือนธันวาคม 2558 ณ คลินิกเลิกบุหรี่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งจะคัดเลือกผู้ที่สูบบุหรี่มากกว่าวันละ 10 มวน อายุ 18 ถึง 75 ปี จำนวน 60 คนเพื่อที่จะสุ่มให้รับประทานยานอร์ทริปไทลิน (10มก. ถึง 50มก.ต่อวัน)จำนวน 30 คน หรือ ยาวาเรนิคลิน (0.5มก. ถึง 2มก.ต่อวัน)จำนวน 30 คน โดยผู้ป่วยทุกคนจะได้รับการสอนการเลิกบุหรี่ด้วยทุกครั้งที่มาตามนัด ผู้ป่วยจะมีการประเมินตนเองเกี่ยวกับการเลิกบุหรี่และจะยืนยันโดยการวัดระดับคาร์บอนมอนอไซด์ของลมหายใจออกที่คลินิกเลิกบุหรี่ วัตถุประสงค์หลักคือ อัตราการเลิกบุหรี่ 1 สัปดาห์(PAR; Point Prevalence Abstinence Rate)ก่อนการมาตรวจตามนัดที่สัปดาห์ที่ 2, 4, 8, 12 และ 16 วัตถุประสงค์รองคือ ผลข้างเคียงของการรักษาและการกลับมาสูบบุหรี่ซ้ำในระหว่างการรักษาและหลังการรักษา ผลการศึกษา : อัตราการเลิกบุหรี่ที่ 1 สัปดาห์ก่อนการมาตรวจ ณ สัปดาห์ที่ 12 และ สัปดาห์ที่ 16 ของผู้ป่วยที่ใช้ยานอร์ทริปไทลินคือ ร้อยละ 30 และ ยาวาเรนิคลิน ร้อยละ 56.67 (p=0.037) ไม่มีความแตกต่างของอาการถอนบุหรี่และการกลับไปสูบซ้ำของยาทั้ง 2 กลุ่ม อาการข้างเคียงจากการใช้ยานอร์ทริปไทลิน คือ ปากแห้ง 24(80%), ง่วงนอน 16(53.3%),ใจสั่น 3(10%), ปวดศีรษะ 1(3.3%) และอาการคลื่นไส้ 1(3.3%). อาการข้างเคียงจากการใช้ยาวาเรนิคลิน คือ ปากแห้ง 9(30%), คลื่นไส้ 7(23.3%), ปัญหาเรื่องการนอน 7(23.3%) และง่วงนอน 3(10%). ไม่พบอาการข้างเคียงจาการใช้ยานอร์ทริปไทลิน 2(6.7%) และวาเรนิคลิน 9(30%) สรุปผลการศึกษา : อัตราการเลิกบุหรี่ที่ 1 สัปดาห์ก่อนมาตรวจ ณ สัปดาห์ที่ 12 และ 16 ของกลุ่มที่ใช้ยาวาเรนิคลินดีกว่ากลุ่มที่ใช้ยานอร์ทริปไทลีน แต่อย่างไรก็ตามควรมีการใช้ขนาดประชากรศึกษาที่มากขึ้นและระยะเวลาในการรักษาและติดตามนานขึ้นเพื่อศึกษาประสิทธิผลของการทั้ง 2 ตัวนี้

บรรณานุกรม :
ปรเมศร์ ขุนรงณ์ . (2558). การศึกษาประสิทธิผลระหว่างยาวาเรนิคลินและยานอร์ทริปไทลินในการเลิกบุหรี่ระยะสั้นสำหรับผู้ป่วยนอก.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปรเมศร์ ขุนรงณ์ . 2558. "การศึกษาประสิทธิผลระหว่างยาวาเรนิคลินและยานอร์ทริปไทลินในการเลิกบุหรี่ระยะสั้นสำหรับผู้ป่วยนอก".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปรเมศร์ ขุนรงณ์ . "การศึกษาประสิทธิผลระหว่างยาวาเรนิคลินและยานอร์ทริปไทลินในการเลิกบุหรี่ระยะสั้นสำหรับผู้ป่วยนอก."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558. Print.
ปรเมศร์ ขุนรงณ์ . การศึกษาประสิทธิผลระหว่างยาวาเรนิคลินและยานอร์ทริปไทลินในการเลิกบุหรี่ระยะสั้นสำหรับผู้ป่วยนอก. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2558.