ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การวิเคราะห์เปรียบเทียบประสิทธิภาพของการตรวจสอบการทำหน้าที่ต่างกันของข้อสอบในแบบสอบที่มีการตรวจให้คะแนนแบบทวิวิภาค ระหว่างวิธีการถดถอยโลจิสติก วิธีซิปเทสท์และวิธีราสช์ทรี

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การวิเคราะห์เปรียบเทียบประสิทธิภาพของการตรวจสอบการทำหน้าที่ต่างกันของข้อสอบในแบบสอบที่มีการตรวจให้คะแนนแบบทวิวิภาค ระหว่างวิธีการถดถอยโลจิสติก วิธีซิปเทสท์และวิธีราสช์ทรี
นักวิจัย : สุภะ อภิญญาภิบาล
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ณัฏฐภรณ์ หลาวทอง , ศิริชัย กาญจนวาสี , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2558
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/51167
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558

การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบอำนาจการทดสอบและอัตราความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 ในการตรวจสอบการทำหน้าที่ต่างกันของข้อสอบสำหรับแบบสอบที่มีการตรวจให้คะแนนแบบทวิวิภาค ระหว่างวิธีการถดถอยโลจิสติก วิธีซิปเทสท์ และวิธีราสช์ทรี โดยการทดสอบระดับนัยสำคัญและการวัดขนาดอิทธิพล ข้อมูลที่ใช้ศึกษาจำลองภายใต้ทฤษฏีการตอบสนองข้อสอบ โมเดล 1 พารามิเตอร์ แล้วจัดกระทำข้อมูลตามปัจจัย 4 ปัจจัย คือ (1) ค่าความยากของข้อสอบ 3 ระดับ (2) ความยาวของแบบสอบ 2 ขนาด (3) สัดส่วนของข้อสอบที่ทำหน้าที่ต่างกัน 2 ขนาด และ (4) ขนาดกลุ่มตัวอย่าง 3 ขนาด รวมข้อมูลที่ศึกษาทั้งหมด 36 เงื่อนไข ในแต่ละเงื่อนไขจำลองซ้ำ 50 ครั้ง และข้อมูลเชิงประจักษ์ศึกษาการทำหน้าที่ต่างกันของข้อสอบตามตัวแปร 3 ตัว คือ เพศ สังกัดของโรงเรียน และภูมิภาค แล้ววิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการถดถอยโลจิสติก วิธีซิปเทสท์ และวิธีราสช์ทรี ในการวิเคราะห์การทำหน้าที่ต่างกันของข้อสอบทั้งหมด ใช้ระดับนัยสำคัญ .05 ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. อำนาจการทดสอบในการตรวจสอบการทำหน้าที่ต่างกันของข้อสอบ โดยการทดสอบระดับนัยสำคัญของวิธีซิปเทสท์มีค่าสูงกว่าวิธีการถดถอยโลจิสติกและวิธีราสช์ทรีภายใต้เกือบทุกเงื่อนไข และอำนาจการทดสอบของวิธีราสช์ทรีมีค่าสูงกว่าวิธีการถดถอยโลจิสติกภายใต้เกือบทุกเงื่อนไข ส่วนอำนาจการทดสอบในการตรวจสอบการทำหน้าที่ต่างกันของข้อสอบ โดยการวัดขนาดอิทธิพลของวิธีซิปเทสท์มีค่าสูงกว่าวิธีการถดถอยโลจิสติกภายใต้เกือบทุกเงื่อนไข 2. อัตราความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 ในการตรวจสอบการทำหน้าที่ต่างกันของข้อสอบ โดยการทดสอบระดับนัยสำคัญของวิธีราสช์ทรีมีค่าต่ำกว่าวิธีการถดถอยโลจิสติกและวิธีซิปเทสท์ภายใต้เกือบทุกเงื่อนไข และอัตราความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 ของวิธีซิปเทสท์มีค่าต่ำกว่าวิธีการถดถอยโลจิสติกภายใต้เกือบทุกเงื่อนไข ส่วนอัตราความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 ในการตรวจสอบการทำหน้าที่ต่างกันของข้อสอบ โดยการวัดขนาดอิทธิพลของวิธีการถดถอยโลจิสติกมีค่าต่ำกว่าวิธีซิปเทสท์ภายใต้เกือบทุกเงื่อนไข 3. ผลการตรวจสอบการทำหน้าที่ต่างกันของข้อสอบสำหรับข้อมูลเชิงประจักษ์ด้วยวิธีราสช์ทรีมีอำนาจการทดสอบสูงกว่าวิธีการถดถอยโลจิสติกและวิธีซิปเทสท์ แต่มีอัตราความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ที่ระดับ 10%

บรรณานุกรม :
สุภะ อภิญญาภิบาล . (2558). การวิเคราะห์เปรียบเทียบประสิทธิภาพของการตรวจสอบการทำหน้าที่ต่างกันของข้อสอบในแบบสอบที่มีการตรวจให้คะแนนแบบทวิวิภาค ระหว่างวิธีการถดถอยโลจิสติก วิธีซิปเทสท์และวิธีราสช์ทรี.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุภะ อภิญญาภิบาล . 2558. "การวิเคราะห์เปรียบเทียบประสิทธิภาพของการตรวจสอบการทำหน้าที่ต่างกันของข้อสอบในแบบสอบที่มีการตรวจให้คะแนนแบบทวิวิภาค ระหว่างวิธีการถดถอยโลจิสติก วิธีซิปเทสท์และวิธีราสช์ทรี".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุภะ อภิญญาภิบาล . "การวิเคราะห์เปรียบเทียบประสิทธิภาพของการตรวจสอบการทำหน้าที่ต่างกันของข้อสอบในแบบสอบที่มีการตรวจให้คะแนนแบบทวิวิภาค ระหว่างวิธีการถดถอยโลจิสติก วิธีซิปเทสท์และวิธีราสช์ทรี."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558. Print.
สุภะ อภิญญาภิบาล . การวิเคราะห์เปรียบเทียบประสิทธิภาพของการตรวจสอบการทำหน้าที่ต่างกันของข้อสอบในแบบสอบที่มีการตรวจให้คะแนนแบบทวิวิภาค ระหว่างวิธีการถดถอยโลจิสติก วิธีซิปเทสท์และวิธีราสช์ทรี. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2558.