| ชื่อเรื่อง | : | การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมศักยภาพของนักการเมืองสตรีไทยในระดับท้องถิ่น |
| นักวิจัย | : | พิมพ์พันธุ์ ศรีพิพิธ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ , เฟื่องอรุณ ปรีดีดิลก , มาลี พฤกษ์พงศาวลี |
| ปีพิมพ์ | : | 2558 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/51160 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อศึกษาศักยภาพที่พึงประสงค์ของนักการเมืองสตรีไทยในระดับท้องถิ่น 2) เพื่อวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ปัญหา และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมศักยภาพของนักการเมืองสตรีไทยในระดับท้องถิ่น และ 3) เพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมศักยภาพของนักการเมืองสตรีไทยในระดับท้องถิ่น สำหรับวิธีการวิจัยใช้วิธีการวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods) ผลการวิจัยพบว่า ศักยภาพที่พึงประสงค์ของนักการเมืองสตรีไทยในระดับท้องถิ่นประกอบด้วย 4 ด้าน คือ 1) ด้านจิตใจ ได้แก่ (1.1) ความมุ่งมั่นในการทำงาน (1.2) ความยุติธรรม (1.3) คุณธรรมจริยธรรม 2) ด้านความคิด ได้แก่ (2.1) การยึดมั่นหลักประชาธิปไตย (2.2) ความคิดริเริ่มในการทำงานเพื่อท้องถิ่น (2.3) วิสัยทัศน์กว้างไกล 3) ด้านความรู้ ได้แก่ (3.1) การบริหารจัดการ (3.2) การบริหารท้องถิ่น (3.3) มิติหญิงชาย และ4) ด้านพฤติกรรม ได้แก่ (4.1) มนุษยสัมพันธ์ (4.2) ความซื่อสัตย์สุจริต (4.3) ความซื่อตรงในการทำงาน ในส่วนของสภาพปัจจุบัน ปัญหา และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมศักยภาพของนักการเมืองสตรีไทยในระดับท้องถิ่น พบว่าปัจจุบันมีหน่วยงานที่ส่งเสริมการเรียนรู้ของนักการเมือง ได้แก่ สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่นกระทรวงมหาดไทย สถาบันพระปกเกล้า และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นักการเมืองสตรีมีวิธีการเรียนรู้ที่หลากหลาย ได้แก่ การเรียนรู้จากประสบการณ์ การเรียนรู้จากการเข้าร่วมประชุมอบรมสัมมนา เรียนรู้จากครอบครัว เรียนรู้จากสื่อต่างๆ และการเรียนรู้จากเครือข่าย ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ พบว่ามีปัญหาในด้านต่างๆ ได้แก่นโยบายในการส่งเสริมศักยภาพของนักการเมืองสตรีของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ต่อเนื่อง ส่วนปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ พบว่าสิ่งที่เรียนรู้ต้องสามารถนำไปใช้ได้จริง สามารถนำไปใช้ในการแก้ปัญหาการทำงานได้ การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมศักยภาพของนักการเมืองสตรีไทยในระดับท้องถิ่นคือ “รูปแบบการเรียนรู้ของนักการเมืองสตรีไทยในระดับท้องถิ่น: รูปแบบการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง” ประกอบด้วย 1) เป้าหมายการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะที่ดีของนักการเมืองสตรีให้มีคุณลักษณะพึงประสงค์ทั้ง 4 ด้าน คือจิตใจ ความคิด ความรู้ และพฤติกรรม 2) วิธีการเรียนรู้ เป็นการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง ประกอบด้วยประสบการณ์ของปัจเจกบุคคล การใคร่ครวญอย่างมีวิจารณญาณ และการแลกเปลี่ยนทางความคิดอย่างมีเหตุผล โดยคำนึงถึงมโนทัศน์ของผู้เรียน ประสบการณ์ของผู้เรียน ความพร้อมในการเรียน และแนวทางในการเรียนรู้ 3) เนื้อหาการเรียนรู้ สอดคล้องกับการส่งเสริมคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักการเมืองสตรีและสามารถนำไปใช้ได้จริง และ4) ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมศักยภาพของนักการเมืองสตรีไทยอย่างจริงจังและต่อเนื่องตามแนวทางการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง วิทยานิพนธ์ (ค.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558 |
| บรรณานุกรม | : |
พิมพ์พันธุ์ ศรีพิพิธ . (2558). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมศักยภาพของนักการเมืองสตรีไทยในระดับท้องถิ่น.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พิมพ์พันธุ์ ศรีพิพิธ . 2558. "การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมศักยภาพของนักการเมืองสตรีไทยในระดับท้องถิ่น".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พิมพ์พันธุ์ ศรีพิพิธ . "การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมศักยภาพของนักการเมืองสตรีไทยในระดับท้องถิ่น."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558. Print. พิมพ์พันธุ์ ศรีพิพิธ . การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมศักยภาพของนักการเมืองสตรีไทยในระดับท้องถิ่น. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2558.
|
