| ชื่อเรื่อง | : | การปรับปรุงการออกแบบอาคารต้านทานแผ่นดินไหวด้วยการวิเคราะห์พลศาสตร์ไม่เชิงเส้น |
| นักวิจัย | : | ปิยะณัฐ โมกข์ณรงค์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ทศพล ปิ่นแก้ว , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2558 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/50963 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | มาตรฐานการออกแบบกำหนดให้อาคารที่ทำการออกแบบใหม่ภายใต้แรงกระทำจากแผ่นดินไหวสามารถเกิดความเสียหายได้แต่ต้องไม่วิบัติพังทลายจนเกิดความเสี่ยงภัยต่อชีวิตของผู้ใช้งานอาคาร (Life safety criteria) โดยอนุญาตให้ใช้ผลวิเคราะห์แบบเชิงเส้นร่วมกับสมมติฐานภายหลังที่โครงสร้างมีพฤติกรรมแบบไม่เชิงเส้นเพื่อลดความซับซ้อนในการออกแบบ ด้วยวิธีการข้างต้นผลการวิเคราะห์ที่ได้อาจไม่ถูกต้องสมจริง โดยเฉพาะกับอาคารที่มีรูปทรงหรือองค์ประกอบโครงสร้างไม่สม่ำเสมอ ในงานวิจัยนี้จึงนำเสนอกระบวนการปรับปรุงการออกแบบอาคารจำนวน 2 กระบวนการ ได้แก่ กระบวนการออกแบบซ้ำด้วยวิธีลองผิดลองถูก และกระบวนการวิธีพลศาสตร์ไม่เชิงเส้นแบบผสมตามหลักการสมดุลพลังงาน โดยคาดหวังว่าอาคารที่ได้รับการปรับปรุงแบบจะมีประสิทธิภาพในการต้านทานแผ่นดินไหวได้ดีกว่าอาคารที่ออกแบบตามวิธีการปกติ การศึกษาเลือกพิจารณาตัวอย่างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กมีกำแพงรับแรงเฉือนความสูง 8 ชั้น บริเวณพื้นที่จังหวัดทางภาคเหนือ โดยการปรับปรุงโครงสร้างจะทำเฉพาะการปรับเปลี่ยนปริมาณเหล็กเสริมหลักและรองในส่วนโครงสร้างกำแพงรับแรงเฉือนและเหล็กปลอกเสาเพื่อไม่ให้กระทบต่อสติฟเนสของอาคาร ผลที่ได้จากการปรับปรุงแบบอาคารด้วยกระบวนการทั้งสองให้ผลที่ใกล้เคียงกันและแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการนำมาใช้ประกอบการปรับปรุงแบบอาคาร โดยพบว่าอาคารที่ปรับปรุงยังมีสมรรถนะอยู่ในเกณฑ์ความเสียหายไม่เกินระดับเป้าหมาย สามารถลดการใช้ปริมาณเหล็กเสริมลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้พบว่าเสามีปริมาณเหล็กปลอกลดลง 30% กำแพงรับแรงเฉือนมีปริมาณเหล็กยืนลดลง 52% และเหล็กเสริมตามขวางลดลง 54% เป็นผลให้สามารถจัดการกำลังความต้านทานของวัสดุได้อย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การประหยัดวัสดุและค่าแรงก่อสร้างได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยอาคารที่ได้รับการปรับปรุงยังคงมีระดับสมรรถนะในการต้านทานแผ่นดินไหวได้ตามมาตรฐานสากล แม้ผลที่ได้จากกระบวนการทั้งสองจะใกล้เคียงกัน แต่การประยุกต์ใช้งานด้วยกระบวนการวิธีพลศาสตร์ไม่เชิงเส้นแบบผสมตามหลักการสมดุลพลังงานสามารถให้ผลที่รวดเร็วและเป็นระบบกว่า วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558 |
| บรรณานุกรม | : |
ปิยะณัฐ โมกข์ณรงค์ . (2558). การปรับปรุงการออกแบบอาคารต้านทานแผ่นดินไหวด้วยการวิเคราะห์พลศาสตร์ไม่เชิงเส้น.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปิยะณัฐ โมกข์ณรงค์ . 2558. "การปรับปรุงการออกแบบอาคารต้านทานแผ่นดินไหวด้วยการวิเคราะห์พลศาสตร์ไม่เชิงเส้น".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปิยะณัฐ โมกข์ณรงค์ . "การปรับปรุงการออกแบบอาคารต้านทานแผ่นดินไหวด้วยการวิเคราะห์พลศาสตร์ไม่เชิงเส้น."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558. Print. ปิยะณัฐ โมกข์ณรงค์ . การปรับปรุงการออกแบบอาคารต้านทานแผ่นดินไหวด้วยการวิเคราะห์พลศาสตร์ไม่เชิงเส้น. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2558.
|
