| ชื่อเรื่อง | : | พัฒนาการทางความคิดและการสร้างสรรค์ภาพยนตร์ของบรรจง ปิสัญธนะกูล |
| นักวิจัย | : | ฉัตรระวี มหิธิธรรมธร |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | โสภาวรรณ บุญนิมิตร , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิเทศศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2558 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/50935 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพัฒนาการทางความคิดและการสร้างสรรค์ภาพยนตร์ของผู้กำกับภาพยนตร์บรรจง ปิสัญธนะกูล ด้วยการวิเคราะห์ภูมิหลัง แรงบันดาลใจ และอิทธิพลที่ส่งผลต่อการสร้างสรรค์ผลงานของบรรจงจนเกิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว การวิเคราะห์กลวิธีการเล่าเรื่อง การผสมผสานตระกูลภาพยนตร์ประเภทต่างๆ กระบวนการคิด ตลอดจนกระบวนการทำงานของบรรจง โดยศึกษาผ่านผลงานภาพยนตร์ของบรรจงจำนวน 6 เรื่อง ประกอบกับการสัมภาษณ์เชิงลึกบรรจงและผู้ทรงคุณวุฒิด้านภาพยนตร์อีก 4 ท่าน ซึ่งผลการวิจัยพบว่า 1. ในแง่ของภูมิหลัง บรรจงนิยมถ่ายทอดลักษณะนิสัยส่วนตัวลงไปในภาพยนตร์ผ่านการใช้ตัวละคร ไม่ว่าจะเป็นการมีนิสัยช่างพูด การชอบพูดจาเสียดสี มีความกวน และการมีสัญชาตญาณด้านความตลก (sense of humor) สูง ส่วนในแง่ของแรงบันดาลใจ บรรจงได้รับแรงบันดาลใจสำคัญมาจากภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด นอกจากนี้บรรจงยังได้รับแรงบันดาลใจมาจากข้อมูลทั้งที่เป็นภาพถ่ายและตัวอักษรจากในสื่อต่างๆ ยิ่งไปกว่านั้น บรรจงยังได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวรอบตัว ได้แก่ ประสบการณ์ของตนเองและบุคคลรอบข้าง 2. จุดเด่นในการเล่าเรื่องของบรรจงคือ ภาพยนตร์ทุกเรื่องของบรรจงไม่ว่าจะเป็นแนวสยองขวัญหรือโรแมนติกคอมเมดี้จะต้องมีการหักมุมเสมอ ซึ่งบรรจงมีพัฒนาการในการหักมุมจากการหักมุมเชิงโครงเรื่องในภาพยนตร์เรื่องแรกๆ มาเป็นการหักมุมเชิงความรู้สึกระหว่างตัวละคร (หักมุมเชิงดราม่า) ในภาพยนตร์เรื่อง “พี่มาก..พระโขนง” ส่วนการผสมผสานตระกูลของภาพยนตร์ภาพยนตร์ของบรรจงนิยมการผสมผสานอารมณ์ขันลงไปในภาพยนตร์ ซึ่งโดยมากมักเป็นความตลกร้ายแบบเสียดสี (ตลกทางความคิด) ไม่ใช่ตลกคาเฟ่ ทั้งนี้ภาพยนตร์สยองขวัญที่ผสมผสานความตลกถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของบรรจง เพราะเป็นอารมณ์ขันในการกลัวผี (Horror Comedy) กล่าวคือฉากผีและสถานการณ์เกี่ยวกับความตายเป็นเครื่องมือที่ส่งเสริมให้ภาพยนตร์มีความตลกมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ภาพยนตร์สยองขวัญที่ผสมผสานความตลกของบรรจงยังมักจะมีการล้อเลียนภาพยนตร์สยองขวัญอีกด้วย 3. อิทธิพลสำคัญที่ส่งผลต่อการสร้างสรรค์ผลงานของบรรจง ได้แก่ บริษัทฟีโนมีนาและบริษัทจีทีเอช โดยบริษัทฟีโนมีนามีอิทธิพลโดยตรงต่อภาพยนตร์ 2 เรื่องของบรรจง คือ “ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ” และ “แฝด” เนื่องจากอยู่ในฐานะบริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์ นอกจากนี้การที่บรรจงเคยทำงานที่บริษัทฟีโนมีนามาก่อน ยังทำให้บรรจงได้เรียนรู้ทักษะในการออกกองถ่ายและทักษะในด้านต่างๆ อันสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการสร้างภาพยนตร์ในเรื่องต่อๆ มาได้ ขณะที่ความเป็นระบบสตูดิโอและนโยบายของบริษัทจีทีเอชก็ส่งอิทธิพลเป็นอย่างมากต่อภาพยนตร์ของบรรจง ยิ่งไปกว่านั้น การที่บรรจงทำงานภายใต้ระบบบอร์ดบริหาร 8 คน และระบบผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ ก็อาจทำให้ภาพยนตร์ของบรรจงพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น ทว่าในขณะเดียวกันก็อาจทำให้บรรจงสูญเสียความเป็นประพันธกรไป วิทยานิพนธ์ (นศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558 |
| บรรณานุกรม | : |
ฉัตรระวี มหิธิธรรมธร . (2558). พัฒนาการทางความคิดและการสร้างสรรค์ภาพยนตร์ของบรรจง ปิสัญธนะกูล.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ฉัตรระวี มหิธิธรรมธร . 2558. "พัฒนาการทางความคิดและการสร้างสรรค์ภาพยนตร์ของบรรจง ปิสัญธนะกูล".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ฉัตรระวี มหิธิธรรมธร . "พัฒนาการทางความคิดและการสร้างสรรค์ภาพยนตร์ของบรรจง ปิสัญธนะกูล."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558. Print. ฉัตรระวี มหิธิธรรมธร . พัฒนาการทางความคิดและการสร้างสรรค์ภาพยนตร์ของบรรจง ปิสัญธนะกูล. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2558.
|
