ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การให้คำวินิจฉัยล่วงหน้าตามกฎหมายศุลกากร

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การให้คำวินิจฉัยล่วงหน้าตามกฎหมายศุลกากร
นักวิจัย : นุชเนตร ศักดิเศรษฐ์
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ทัชชมัย ทองอุไร , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิติศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2558
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/50809
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาคำวินิจฉัยล่วงหน้าเกี่ยวกับพิกัดอัตราศุลกากร ถิ่นกำเนิดสินค้า และราคาศุลกากรของไทยที่ก่อให้เกิดปัญหาความไม่แน่นอนต่อผู้ประกอบการ ในกรณีที่ผู้ประกอบการได้นำเข้าโดยเสียภาษีและผ่านการตรวจปล่อยสินค้าแล้ว แต่กลับถูกศุลกากรตรวจสอบหลังการตรวจปล่อยสินค้า (Post Audit) ย้อนหลังไปถึงวันที่นำเข้า ทำให้ผู้ประกอบการมีภาระภาษีที่เพิ่มขึ้น ในกรณีดังกล่าวหากกฎหมายศุลกากรไทยนำ Revise Kyoto Convention (RKC) และ ASEAN Trade in Goods Agreement (ATIGA) ตามที่ประเทศไทยได้ลงนามไว้แล้วมาปรับใช้บังคับก็จะไม่เกิดปัญหาต่อผู้ประกอบการ จากการศึกษาพบว่าคำวินิจฉัยล่วงหน้าเกี่ยวกับพิกัดอัตราศุลกากร ถิ่นกำเนิดสินค้า และราคาศุลกากรตามประกาศกรมศุลกากรที่ 13/2553 7/2553 และ 67/2552 ไม่มีผลผูกพันตามกฎหมายที่จะบังคับใช้กับเจ้าหน้าที่ศุลกากรทุกหน่วยงาน ทำให้สำนักตรวจสอบอากร (สตอ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายในของกรมศุลกากรสามารถกลับหรือเปลี่ยนแปลงผลการพิจารณา พิกัดอัตราศุลกากร ถิ่นกำเนิดสินค้า และราคาศุลกากรได้ตลอดเวลา จึงเกิดปัญหาความไม่แน่นอน แต่ต่อมาได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 21) พ.ศ. 2557 เพื่อให้สอดคล้องกับ RKC และ ATIGA ทำให้คำวินิจฉัยล่วงหน้าของไทยปัจจุบันมีผลผูกพันตามกฎหมายทั้งฝ่ายศุลกากรและผู้ประกอบการ แต่อย่างไรก็ตาม การให้คำวินิจฉัยล่วงหน้าของไทยปัจจุบันยังไม่สอดคล้องกับ RKC และ ATIGA ก่อให้เกิดปัญหาต่อผู้ประกอบการ 3 ประการ คือ (1) การให้คำวินิจฉัยล่วงหน้าของไทยในปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายกำหนดให้ศุลกากรให้ Grace period แก่ผู้ประกอบการได้ ในกรณีที่คำวินิจฉัยล่วงหน้าของผู้ประกอบการสิ้นผลไปเพราะมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่มีผลกระทบต่อคำวินิจฉัยล่วงหน้านั้น เช่น ในระหว่างที่คำวินิจฉัยล่วงหน้ามีผลได้มีการเปลี่ยนแปลงพิกัดอัตราศุลกากรทำให้คำวินิจฉัยล่วงหน้านั้นสิ้นผลไป มีผลทำให้ผู้ประกอบการต้องเสียภาษีในอัตราที่เพิ่มขึ้น (2) ยังไม่มีกฎหมายกำหนดให้สิทธิทบทวนแก่ผู้ประกอบการที่คำวินิจฉัยถูกยกเลิก เปลี่ยนแปลง สิ้นผล หรือปรากฏข้อมูลใหม่ที่มีผลกระทบต่อคำวินิจฉัยล่วงหน้า (3) ยังไม่มีกฎหมายกำหนดให้ผู้พิจารณาทบทวนคำวินิจฉัยล่วงหน้าเป็นเจ้าหน้าที่คนละฝ่ายกับเจ้าหน้าที่ที่ให้คำวินิจฉัยล่วงหน้าเดิม ซึ่งใน RKC และ ATIGA ได้มีข้อกำหนดครอบคลุมประเด็นทั้ง 3 ประการไว้แล้ว ผู้เขียนได้เสนอแนะว่ากฎหมายศุลกากรไทยควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 กำหนดให้ศุลกากรให้ Grace period แก่ผู้ประกอบการ ในกรณีที่คำวินิจฉัยล่วงหน้าของผู้ประกอบการสิ้นผลได้ และกำหนดให้ผู้ประกอบการที่ถูกยกเลิก เปลี่ยนแปลง สิ้นผลคำวินิจฉัย หรือกรณีปรากฏข้อมูลใหม่มีสิทธิขอให้มีการทบทวนคำวินิจฉัยล่วงหน้าได้ รวมถึงกำหนดให้ผู้พิจารณาทบทวนต้องเป็นเจ้าหน้าที่คนละฝ่ายกับเจ้าหน้าที่ที่ให้คำวินิจฉัยล่วงหน้าเดิม

วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558

บรรณานุกรม :
นุชเนตร ศักดิเศรษฐ์ . (2558). การให้คำวินิจฉัยล่วงหน้าตามกฎหมายศุลกากร.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นุชเนตร ศักดิเศรษฐ์ . 2558. "การให้คำวินิจฉัยล่วงหน้าตามกฎหมายศุลกากร".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นุชเนตร ศักดิเศรษฐ์ . "การให้คำวินิจฉัยล่วงหน้าตามกฎหมายศุลกากร."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558. Print.
นุชเนตร ศักดิเศรษฐ์ . การให้คำวินิจฉัยล่วงหน้าตามกฎหมายศุลกากร. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2558.