| ชื่อเรื่อง | : | การส่งเสริมปัจจัยและกระบวนการที่เอื้อต่อการร่วมมือรวมพลังของครูมัธยมศึกษา: พหุกรณีศึกษา |
| นักวิจัย | : | เพียรกิจ นิมิตรดี |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ดวงกมล ไตรวิจิตรคุณ , อวยพร เรืองตระกูล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2558 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/50773 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558 การวิจัยพหุกรณีศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)วิเคราะห์สภาพการร่วมมือรวมพลังของครู 2) วิเคราะห์ปัจจัยและกระบวนการที่ส่งผลต่อการร่วมมือรวมพลังของครู 3) สังเคราะห์วิธีการส่งเสริมปัจจัยและกระบวนการที่เอื้อต่อการร่วมมือรวมพลัง ของครูวางแผนการวิจัยเป็น 2 ระยะ เริ่มด้วยการวิจัยเชิงปริมาณตามด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพตัวอย่างวิจัยในระยะ ที่ 1 คือครูในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 36 จำนวน 417 คน จาก 13 โรงเรียน ได้มาโดยวิธีการสุ่มสองขั้นตอน เครื่องมือวิจัยคือแบบสอบถามแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับใช้วัดตัวแปรการร่วมมือรวมพลัง และตัวแปรปัจจัยที่เอื้อต่อการร่วมมือรวมพลังและแบบเลือกตอบ 2 ตัวเลือกใช้วัดตัวแปรกระบวนการที่เอื้อต่อการร่วมมือรวมพลัง เครื่องมือวิจัยมีคุณภาพด้านความตรงตามเนื้อหา ความเที่ยงและความตรงเชิงโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าสถิติพื้นฐาน วิเคราะห์ความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ย วิเคราะห์การถดถอยพหุคูณด้วยโปรแกรม SPSS ตัวอย่างวิจัยในระยะที่ 2 คือกรณีศึกษาจากกลุ่มสาระการเรียนรู้จำนวน 12 กลุ่ม จากกลุ่มงานพิเศษจำนวน 12 กลุ่ม ที่มาจากโรงเรียนขนาดต่างกันจำนวน 5 โรงเรียน ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจงโดยคัดเลือกจากตัวอย่างวิจัยในระยะที่ 1 ที่มีระดับการร่วมมือรวมพลังแตกต่างกัน 4 รูปแบบตามเกณฑ์ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น เครื่องมือวิจัยคือ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง และแบบสังเกต วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาและการเปรียบเทียบข้อมูลจากพหุกรณี ศึกษา ผลการวิจัยพบว่า 1. โดยภาพรวมระดับการร่วมมือรวมพลังของครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้ (M= 3.88, SD= 0.49) สูงกว่าระดับการร่วมมือรวมพลังในกลุ่มงานพิเศษ (M= 3.78, SD= 0.70) ทุกด้าน 2. ปัจจัยที่เอื้อต่อการร่วมมือรวมพลังประกอบด้วย บรรยากาศแบบร่วมมือรวมพลัง ลักษณะนิสัยแบบร่วมมือรวมพลัง ทรัพยากรในการทำงานร่วมกัน คุณลักษณะของสมาชิกในกลุ่ม การบริหารงานของหัวหน้ากลุ่มและผู้บริหารโรงเรียน และวัฒนธรรมองค์กร กระบวนการที่เอื้อต่อการร่วมมือรวมพลังประกอบด้วย การรวบรวมก่อตั้ง การระดมกำหนดกฎเกณฑ์ การลงมือปฏิบัติ และการปรับเปลี่ยน โดยพบว่า 2.1 บรรยากาศแบบร่วมมือรวมพลัง (β = 0.35, p< 0.05) และลักษณะนิสัยแบบร่วมมือรวมพลัง (β = 0.24, p< 0.05) มีอิทธิพลต่อการร่วมมือรวมพลังของครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 2.2 บรรยากาศแบบร่วมมือรวมพลัง (β = 0.52, p< 0.05) ลักษณะนิสัยแบบร่วมมือรวมพลัง (β = 0.12, p< 0.05) และทรัพยากรในการทำงานร่วมกัน (β = 0.20, p< 0.05) มีอิทธิพลต่อการร่วมมือรวมพลังของครูในกลุ่มงานพิเศษอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 3. แนวทางการส่งเสริมปัจจัยและกระบวนการที่เอื้อต่อการร่วมมือรวมพลังของครูทำ ได้ดังนี้ 1) คัดสรรหัวหน้ากลุ่มที่มีความสามารถในการบริหารงานกลุ่มเป็นที่ยอมรับของ สมาชิก 2) สร้างบรรยากาศการทำงานแบบร่วมมือรวมพลังให้เกิดขึ้นในกลุ่มงาน 3) คัดสรร มอบหมายหรือแต่งตั้งให้มีผู้อำนวยความสะดวกในการทำงานกลุ่ม และ 4) สร้างความตระหนักในการทำงานกลุ่มตามขั้นตอน ACAT (assembly, criterion creating, action, transforming) |
| บรรณานุกรม | : |
เพียรกิจ นิมิตรดี . (2558). การส่งเสริมปัจจัยและกระบวนการที่เอื้อต่อการร่วมมือรวมพลังของครูมัธยมศึกษา: พหุกรณีศึกษา.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เพียรกิจ นิมิตรดี . 2558. "การส่งเสริมปัจจัยและกระบวนการที่เอื้อต่อการร่วมมือรวมพลังของครูมัธยมศึกษา: พหุกรณีศึกษา".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เพียรกิจ นิมิตรดี . "การส่งเสริมปัจจัยและกระบวนการที่เอื้อต่อการร่วมมือรวมพลังของครูมัธยมศึกษา: พหุกรณีศึกษา."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558. Print. เพียรกิจ นิมิตรดี . การส่งเสริมปัจจัยและกระบวนการที่เอื้อต่อการร่วมมือรวมพลังของครูมัธยมศึกษา: พหุกรณีศึกษา. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2558.
|
