ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การวิจัยไปข้างหน้าเปรียบเทียบระหว่างทิงเจอร์ 2% คลอเฮกซิดีนและทิงเจอร์ 5%โพวิโดนไอโอดีนในการเป็นแอนติเซปติกสำหรับการฆ่าเชื้อที่ตำแหน่งเจาะเลือดดำ: ผลต่ออัตราการปนเปื้อนของการเพาะเชื้อในเลือด

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การวิจัยไปข้างหน้าเปรียบเทียบระหว่างทิงเจอร์ 2% คลอเฮกซิดีนและทิงเจอร์ 5%โพวิโดนไอโอดีนในการเป็นแอนติเซปติกสำหรับการฆ่าเชื้อที่ตำแหน่งเจาะเลือดดำ: ผลต่ออัตราการปนเปื้อนของการเพาะเชื้อในเลือด
นักวิจัย : พลากร พนารัตน์
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ชุษณา สวนกระต่าย , กำพล สุวรรณพิมลกุล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2558
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/50530
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558

วัตถุประสงค์: การปนเปื้อนจากการเพาะเชื้อเลือดเป็นปัญหาที่พบบ่อยในเวชปฏิบัติ ซึ่งนำไปสู่การแปลผลที่ผิดพลาด การส่งตรวจหรือการรักษาเพิ่มเติมโดยไม่จำเป็น และเพิ่มค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาล แหล่งของเชื้อปนเปื้อนส่วนมากมาจากผิวหนังของผู้ป่วยเอง ดังนั้นการใช้ยาฆ่าเชื้อที่ผิวหนังจึงเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันการปนเปื้อนจากการเพาะเชื้อเลือด แม้ว่าจะมีการศึกษาเปรียบเทียบเกี่ยวกับผลของชนิดของยาฆ่าเชื้อที่ผิวหนังต่อการปนเปื้อนจากการเพาะเชื้อเลือดมากมาย แต่ในปัจจุบันยังไม่มีการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างประสิทธิภาพของน้ำยาฆ่าเชื้อชนิด 2% คลอเฮ็กซิดีนในแอลกอฮอล์และ 5%โพวิโดนไอโอดีนในแอลกอฮอล์เพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากการเพาะเชื้อเลือด ผู้ป่วยและวิธีวิจัย: การวิจัยเชิงทดลองไปข้างหน้า แบบมีกลุ่มควบคุมเปรียบเทียบว่า 5%โพวิโดนไอโอดีนไม่ด้อยกว่าน้ำยาฆ่าเชื้อ 2% คลอเฮ็กซิดีนในแอลกอฮอล์ในการป้องกันการปนเปื้อนจากการเพาะเชื้อเลือด ทำใน 2 หอผู้ป่วยอายุรกรรมวิกฤต 6 หอผู้ป่วยอายุรกรรมทั่วไป และห้องฉุกเฉิน ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ตั้งแต่วันที่ 1 เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2558 ถึงวันที่ 28 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2559 จากผู้ป่วยในแผนกอายุรกรรมที่อายุมากกว่า 18 ปี ที่มีอาการหรืออาการแสดงของการติดเชื้อในกระแสเลือด และต้องได้รับการเพาะเชื้อจากเลือดอย่างน้อย 2 ตัวอย่างเพื่อการวินิจฉัยโดยจะได้น้ำยาฆ่าเชื้อที่ผิวหนังก่อนจะทำการเจาะเลือดเพาะเชื้อ โดยน้ำยาฆ่าเชื้อแต่ละชนิดจะถูกสุ่มให้ใช้ในแต่ละหอผู้ป่วยอายุรกรรมวิกฤตและอีก 3 หอผู้ป่วยอายุรกรรมทั่วไปที่มีลักษณะผู้ป่วยเหมือนกันตั้งแต่ก่อนเริ่มการศึกษา สำหรับที่ห้องฉุกเฉินจะใช้น้ำยาฆ่าเชื้อทั้งสองชนิดโดยสลับกันครั้งละ 1 เดือนในช่วง 4 เดือนหลังของการศึกษา ผลการวิจัย: จำนวนตัวอย่างเพาะเชื้อทั้งหมด 3,113 ตัวอย่าง เป็นเชื้อปนเปื้อน 113 ตัวอย่าง (ร้อยละ 3.63) อัตราการปนเปื้อนจากการเพาะเชื้อเลือดในกลุ่มที่ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อชนิด 2% คลอเฮ็กซิดีนในแอลกอฮอล์และ 5% โพวิโดนไอโอดีนในแอลกอฮอล์เท่ากับร้อยละ 3.91 และ 3.38 ตามลำดับ (ค่าเฉลี่ยของผลต่าง ร้อยละ 0.53; 95% confidence interval (CI) -0.79 to 1.84; P=0.43) จำแนกตามหอผู้ป่วย พบว่า หอผู้ป่วยอายุรกรรมทั่วไปมีอัตราการปนเปื้อนจากการเพาะเชื้อเลือดในกลุ่มที่ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อชนิด 2% คลอเฮ็กซิดีนในแอลกอฮอล์และ 5% โพวิโดนไอโอดีนในแอลกอฮอล์เท่ากับร้อยละ 4.39 และ 3.37 ตามลำดับ (ค่าเฉลี่ยของผลต่าง ร้อยละ 1.02; 95%CI -0.71 to 2.75; P=0.26) หอผู้ป่วยอายุรกรรมวิกฤตมีอัตราการปนเปื้อนจากการเพาะเชื้อเลือดในกลุ่มที่ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อชนิด 2% คลอเฮ็กซิดีนในแอลกอฮอล์และ 5% โพวิโดนไอโอดีนในแอลกอฮอล์เท่ากับร้อยละ 1.23 และ 1.84 ตามลำดับ (ค่าเฉลี่ยของผลต่าง ร้อยละ 0.6; 95%CI -3.49 to 2.28; P=0.71) และห้องฉุกเฉินมีอัตราการปนเปื้อนจากการเพาะเชื้อเลือดในกลุ่มที่ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อชนิด 2% คลอเฮ็กซิดีนในแอลกอฮอล์และ 5% โพวิโดนไอโอดีนในแอลกอฮอล์เท่ากับร้อยละ 2.89 และ 4.18 ตามลำดับ (ค่าเฉลี่ยของผลต่าง ร้อยละ 1.29; 95%CI -3.82 to 1.24; P=0.34) และพบว่าหอผู้ป่วยวิกฤตเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการปนเปื้อนจากการเพาะเชื้อเลือด (adjusted OR 0.42; 95%CI 0.18 to 0.98;P=0.04) เชื้อปนเปื้อนที่พบมากที่สุดคือ coagulase-negative Staphylococcus (ร้อยละ 68.14) ตามด้วย Corynebacterium (ร้อยละ 16.81), Bacillus (ร้อยละ 10.62) และ Micrococcus (ร้อยละ4.42). ผลสรุปการวิจัย: น้ำยาฆ่าเชื้อชนิด 2% คลอเฮ็กซิดีนในแอลกอฮอล์ไม่ด้อยกว่า 5% โพวิโดนไอโอดีนในแอลกอฮอล์ในการป้องกันการปนเปื้อนจากการเพาะเชื้อเลือดในหอผู้ป่วยอายุรกรรมทั่วไป

บรรณานุกรม :
พลากร พนารัตน์ . (2558). การวิจัยไปข้างหน้าเปรียบเทียบระหว่างทิงเจอร์ 2% คลอเฮกซิดีนและทิงเจอร์ 5%โพวิโดนไอโอดีนในการเป็นแอนติเซปติกสำหรับการฆ่าเชื้อที่ตำแหน่งเจาะเลือดดำ: ผลต่ออัตราการปนเปื้อนของการเพาะเชื้อในเลือด.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พลากร พนารัตน์ . 2558. "การวิจัยไปข้างหน้าเปรียบเทียบระหว่างทิงเจอร์ 2% คลอเฮกซิดีนและทิงเจอร์ 5%โพวิโดนไอโอดีนในการเป็นแอนติเซปติกสำหรับการฆ่าเชื้อที่ตำแหน่งเจาะเลือดดำ: ผลต่ออัตราการปนเปื้อนของการเพาะเชื้อในเลือด".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พลากร พนารัตน์ . "การวิจัยไปข้างหน้าเปรียบเทียบระหว่างทิงเจอร์ 2% คลอเฮกซิดีนและทิงเจอร์ 5%โพวิโดนไอโอดีนในการเป็นแอนติเซปติกสำหรับการฆ่าเชื้อที่ตำแหน่งเจาะเลือดดำ: ผลต่ออัตราการปนเปื้อนของการเพาะเชื้อในเลือด."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558. Print.
พลากร พนารัตน์ . การวิจัยไปข้างหน้าเปรียบเทียบระหว่างทิงเจอร์ 2% คลอเฮกซิดีนและทิงเจอร์ 5%โพวิโดนไอโอดีนในการเป็นแอนติเซปติกสำหรับการฆ่าเชื้อที่ตำแหน่งเจาะเลือดดำ: ผลต่ออัตราการปนเปื้อนของการเพาะเชื้อในเลือด. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2558.