ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การวิจัยศึกษาการรับประทานยาไอเวอร์เมคติน ในผู้ป่วยที่รับประทานยาสเตียรอยด์ขนาดสูง เพื่อป้องกันภาวะติดเชื้อสตรองจิรอยด์: การวิจัยเชิงทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การวิจัยศึกษาการรับประทานยาไอเวอร์เมคติน ในผู้ป่วยที่รับประทานยาสเตียรอยด์ขนาดสูง เพื่อป้องกันภาวะติดเชื้อสตรองจิรอยด์: การวิจัยเชิงทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม
นักวิจัย : เกรียงไกร ถวิลไพร
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : วันล่า กุลวิชิต , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2558
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/50517
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558

วัตถุประสงค์ พยาธิสตรองจิรอยด์จัดเป็นพยาธิตัวกลม สามารถอาศัยอยู่ได้ทั้งในสิ่งแวดล้อมตามพื้นดินหรือภายในร่างกายมนุษย์ ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อน มีความชุกของการติดเชื้อพยาธิสตรองจิรอยด์สูง โดยทั่วไปพยาธิตรองจิรอยด์ไม่ทำให้เกิดอาการรุนแรง ยกเว้นในผู้ป่วยที่มีการทำงานลดลงของระบบภูมิคุ้มกันเช่นได้รับยาสเตียรอยด์ขนาดสูง จะทำให้สามารถติดเชื้อแบบรุนแรงได้ โดยมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 59 การให้ยาฆ่าพยาธิเพื่อป้องกันการติดเชื้อน่าจะสามารถลดอัตราการเสียชีวิตได้ โดยมีการศึกษาก่อนหน้านี้ที่ใช้ยา thiabendazole เปรียบเทียบกับยาหลอกสามารถลดการติดเชื้อพยาธิสตรองจิรอยด์ได้ แต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ยา ivermectin เป็นยาฆ่าพยาธิที่มีประสิทธิภาพดีกว่ายา thiabendazole และมีผลข้างเคียงที่น้อยกว่า การรับประทานยา ivermectin ในผู้ป่วยที่รับประทานยาสเตียรอยด์ขนาดสูง น่าจะทำให้อัตราการติดเชื้อพยาธิตรองจิรอยด์ลดลง ผู้ป่วยและวิธีวิจัย ผู้ป่วยผู้ใหญ่ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีได้รับประทานยาสเตียรอยด์ตั้งแต่ 1,000 มก. ขึ้นไป มีผลการตรวจอุจจาระไม่พบเชื้อสตรองจิรอยด์ ยินยอมเข้าร่วมโครงการที่เป็นผู้ป่วยใน รพ.จุฬาลงกรณ์ ผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการจะถูกสุ่มให้รับประทานยา ivermectin หรือยาหลอก ครั้งละ 2 เม็ด เดือนละ 1 ครั้ง หลังจากเข้าร่วมการศึกษาอย่างน้อย 1 เดือน จะตรวจอุจจาระอย่างน้อย 1 ครั้ง โดยถ้ามีการตรวจพบเชื้อพยาธิจะถือว่าล้มเหลวในการป้องกันการติดเชื้อ ผลการวิจัย จากผู้ป่วย 34 คนที่เข้าร่วมการศึกษาในครั้งนี้ มีผู้ป่วยที่มาติดตามการรักษาจำนวน 23 คนที่สามารถนำมาวิเคราะห์ประสิทธิภาพของการรับประทานยา โดยไม่มีการตรวจพบเชื้อสตรองจิรอยด์จากผู้ป่วยทั้ง 23 คน ผลสรุปการวิจัย ไม่สามารถสรุปได้ว่าการรับประทานยาสามารถป้องกันการติดเชื้อสตรองจิรอยด์ได้ เนื่องจากมีผู้เข้าร่วมการศึกษาไม่เพียงพอและระยะเวลาในการติดตามอาการผู้ป่วยสั้นเกินไป

บรรณานุกรม :
เกรียงไกร ถวิลไพร . (2558). การวิจัยศึกษาการรับประทานยาไอเวอร์เมคติน ในผู้ป่วยที่รับประทานยาสเตียรอยด์ขนาดสูง เพื่อป้องกันภาวะติดเชื้อสตรองจิรอยด์: การวิจัยเชิงทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เกรียงไกร ถวิลไพร . 2558. "การวิจัยศึกษาการรับประทานยาไอเวอร์เมคติน ในผู้ป่วยที่รับประทานยาสเตียรอยด์ขนาดสูง เพื่อป้องกันภาวะติดเชื้อสตรองจิรอยด์: การวิจัยเชิงทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เกรียงไกร ถวิลไพร . "การวิจัยศึกษาการรับประทานยาไอเวอร์เมคติน ในผู้ป่วยที่รับประทานยาสเตียรอยด์ขนาดสูง เพื่อป้องกันภาวะติดเชื้อสตรองจิรอยด์: การวิจัยเชิงทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558. Print.
เกรียงไกร ถวิลไพร . การวิจัยศึกษาการรับประทานยาไอเวอร์เมคติน ในผู้ป่วยที่รับประทานยาสเตียรอยด์ขนาดสูง เพื่อป้องกันภาวะติดเชื้อสตรองจิรอยด์: การวิจัยเชิงทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2558.