ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายกับหนังสือค้ำประกันที่ธนาคารพาณิชย์เป็นผู้ออก

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายกับหนังสือค้ำประกันที่ธนาคารพาณิชย์เป็นผู้ออก
นักวิจัย : เสาวภา เหล่าพลประทีป
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ชยันติ ไกรกาญจน์ , ไพฑูรย์ คงสมบูรณ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิติศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2558
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/50423
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558

การออกหนังสือค้ำประกันถือเป็นการให้สินเชื่ออย่างหนึ่งที่เป็นการให้บริการของธนาคาร ซึ่งเป็นหนังสือสัญญาที่ธนาคารเข้าผูกพันตนในฐานะผู้ค้ำประกันลูกค้าในการปฏิบัติตามสัญญา หรือข้อผูกพันต่าง ๆ ต่อบุคคลอื่นอีกฝ่ายหนึ่ง ถ้าผู้ที่ธนาคารค้ำประกันไม่ปฏิบัติตามสัญญา ธนาคารจะต้องรับผิดชอบชำระหนี้แทนลูกหนี้ให้แก่ผู้รับประโยชน์ตามหนังสือค้ำประกัน วิทยานิพนธ์นี้จึงมุ่งศึกษาถึงประเด็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับข้อสัญญาของธนาคารอันส่งผลกระทบต่อสิทธิของผู้เป็นเจ้าหนี้ตามหนังสือค้ำประกัน ลูกหนี้ตามคำขอออกหนังสือค้ำประกัน ลูกหนี้ตามหนังสือค้ำประกัน และต่อธนาคารผู้ออกหนังสือค้ำประกัน เพื่อให้การออกหนังสือค้ำประกันของธนาคารเกิดผลสมดังความมุ่งหวังของบุคคลทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จากการศึกษาพบว่า ในทางปฏิบัติ ข้อสัญญาที่กำหนดไว้ในหนังสือค้ำประกันไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติของกฎหมาย อันกระทบต่อสิทธิของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เช่น ข้อสัญญาที่ระบุไว้ท้ายหนังสือค้ำประกันว่า “เมื่อธนาคารหมดภาระค้ำประกัน หรือหนังสือค้ำประกันครบกำหนดอายุแล้ว โปรดส่งต้นฉบับหนังสือค้ำประกันคืนธนาคาร” ธนาคารมักใช้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้เจ้าหนี้ตามหนังสือค้ำประกันในการปฏิเสธความรับผิดจากข้อสัญญาดังกล่าวอันเนื่องมาจากลูกหนี้ทุจริต หรืออาจเป็นเพราะความผิดของเจ้าหนี้เองจากการหลงผิดคืนหนังสือค้ำประกันให้แก่ลูกหนี้ เป็นเหตุให้เจ้าหนี้ไม่สามารถเรียกให้ธนาคารชำระหนี้แทนลูกหนี้ได้ การที่ลูกหนี้นำหนังสือค้ำประกันไปคืนให้กับธนาคารเพื่อขอไถ่ถอนหลักประกัน หากธนาคารได้รับหนังสือค้ำประกันคืนจากลูกหนี้แล้ว และธนาคารไถ่ถอนหลักประกันให้แก่ลูกหนี้ ธนาคารย่อมไม่สามารถไล่เบี้ยเอาจากลูกหนี้ได้ ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อธนาคาร ประกอบกับคำพิพากษาของศาลได้มีคำวินิจฉัยมาโดยตลอดว่ามิได้ทำให้ธนาคารหลุดพ้นจากความรับผิด นอกจากนี้ ยังมีปัญหาอันเกิดจากข้อสัญญาที่กำหนดไว้ในคำขอออกหนังสือค้ำประกันโดยระบุให้ผู้ยื่นคำขอรับผิดชดใช้เงินทุกจำนวนที่ธนาคารได้ชำระหนี้แทนลูกหนี้ไป และต้องสละสิทธิในการยกข้อต่อสู้ต่อธนาคารทุกประการ ซึ่งหากมีเหตุที่ทำให้ธนาคารเสียสิทธิในการไล่เบี้ยเอาจากลูกหนี้เต็มจำนวนภายใต้บทบัญญัติกฎหมายลักษณะค้ำประกัน ข้อสัญญาที่กำหนดไว้ในคำขอออกหนังสือค้ำประกันข้างต้นย่อมกลายเป็นช่องทางที่ธนาคารใช้ในการเรียกให้ลูกหนี้ตามคำขอออกหนังสือค้ำประกันชำระหนี้แทน โดยอาศัยช่องว่างของกฎหมายดังกล่าว เพราะถือว่าธนาคารเป็นเจ้าหนี้โดยตรงซึ่งอยู่ภายใต้บังคับบทบัญญัติกฎหมายลักษณะหนี้ ส่งผลให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อลูกหนี้ ผู้เขียนจึงขอเสนอแนะว่า ธนาคารควรปฏิบัติหน้าที่โดยคำนึงถึงหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความสุจริตในการติดต่อทำนิติกรรมกับลูกค้าเป็นสำคัญ รวมถึงควรมีการปรับปรุงแนวปฏิบัติในการตรวจสอบภาระผูกพันของธนาคารว่าสิ้นสุดลงเมื่อใดอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ควรกำหนดให้คำขอออกหนังสือค้ำประกันเป็นส่วนหนึ่งของหนังสือค้ำประกันเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการอาศัยช่องว่างของกฎหมายในการใช้สิทธิไล่เบี้ยของธนาคาร

บรรณานุกรม :
เสาวภา เหล่าพลประทีป . (2558). ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายกับหนังสือค้ำประกันที่ธนาคารพาณิชย์เป็นผู้ออก.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เสาวภา เหล่าพลประทีป . 2558. "ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายกับหนังสือค้ำประกันที่ธนาคารพาณิชย์เป็นผู้ออก".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เสาวภา เหล่าพลประทีป . "ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายกับหนังสือค้ำประกันที่ธนาคารพาณิชย์เป็นผู้ออก."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558. Print.
เสาวภา เหล่าพลประทีป . ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายกับหนังสือค้ำประกันที่ธนาคารพาณิชย์เป็นผู้ออก. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2558.