| ชื่อเรื่อง | : | การควบคุมการเจริญและการผลิตสารพิษของราในข้าวโพดหมักด้วยแล็กติกแอซิดแบคทีเรีย |
| นักวิจัย | : | ชาลิสา แสงบัว |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | สุพัฒน์ เจริญพรวัฒนา , ชีวานันท์ เดชอุปการ ศิริสมบูรณ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิทยาศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2558 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/50342 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558 การทดสอบความสามารถของแล็กติกแอซิดแบคทีเรียในการยับยั้งการเจริญและการผลิตสารพิษจากราบนจานอาหารเลี้ยงเชื้อ พบว่าแล็กติกแอซิดแบคทีเรีย Lactobacillus paracasei AN3 มีความสามารถสูงสุดในการยับยั้งการเจริญและการผลิตอะฟลาทอกซินบี 1 ของ Aspergillus flavus และโอคราทอกซินเอ ของ A. carbonarius เมื่อเทียบกับ L. casei AN2 และ L. casei AN2 ร่วมกับ L. paracasei AN3 โดยพบว่าเมื่อเลี้ยงราร่วมกับ L. paracasei AN3 รามีการเจริญได้เพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับชุดควบคุม และสามารถสร้างอะฟลาทอกซินบี 1 และโอคราทอกซินเอได้ลดลง 100% และ 97.56% ตามลำดับ จึงเลือกใช้ L. paracasei AN3 ในการทดลองเพื่อศึกษาผลของอุณหภูมิและค่าความเป็นกรด-เบสต่อความสามารถของ L. paracasei AN3 โดยปรับค่าความเป็นกรด-เบสของอาหารเลี้ยงเชื้อให้เท่ากับ 3, 4 และ 5 และแต่ละค่าความเป็นกรด-เบส บ่มที่อุณหภูมิ 25, 30 และ 35 องศาเซลเซียสตามลำดับ ผลการทดลองพบว่าที่ค่าความเป็น กรด-เบส เท่ากับ 3 และ 4 ในทุกอุณหภูมิที่แปรผัน ทั้ง A. flavus และ A. carbonarius ไม่สามารถเจริญได้รวมถึงในชุดควบคุม ขณะที่ค่าความเป็นกรด-เบส เท่ากับ 5 ที่อุณหภูมิ 25, 30 และ 35 องศาเซลเซียส ราทั้งสองสายพันธุ์ที่ใช้ทดสอบสามารถเจริญได้ดีในชุดควบคุม อย่างไรก็ตามเมื่อเลี้ยงร่วมกับแล็กติกแอซิดแบคทีเรีย ไม่พบการเจริญของ A. flavus ในขณะที่ A. carbonarius สามารถเจริญได้เพียงเล็กน้อยและสร้างโอคราทอกซินเอได้ลดลง 88.44% เมื่อเทียบกับชุดควบคุม เมื่อทดสอบความสามารถของ L. paracasei AN3 ในการยับยั้งการเจริญและการผลิตอะฟลาทอกซินบี 1 ในข้าวโพดที่ผ่านการฆ่าเชื้อ พบว่าเมื่อครบ 21 วันของการหมักสามารถยับยั้งการเจริญของ A. flavus ได้ 100% และสามารถลดปริมาณอะฟลาทอกซินบี 1 ได้ 66.95% และเมื่อทดสอบความสามารถของ L. paracasei AN3 ร่วมกับจุลินทรีย์ที่มีอยู่ตามธรรมชาติในข้าวโพด พบว่าเมื่อครบ 21 วันของการหมักสามารถยับยั้งการเจริญของราได้ 100% และลดปริมาณอะฟลาทอกซินบี 1 ได้ 72.52% เช่นเดียวกับเมื่อทดสอบความสามารถของ L. paracasei AN3 ในการยับยั้งการเจริญและการผลิตโอคราทอกซินเอ ในข้าวโพดที่ผ่านการฆ่าเชื้อ พบว่าเมื่อครบ 21 วันของการหมักสามารถยับยั้งการเจริญของ A. carbonarius ได้ 3.06% และสามารถลดปริมาณโอคราทอกซินเอได้ 17.20% และเมื่อทดสอบความสามารถของ L. paracasei AN3 ร่วมกับจุลินทรีย์ชนิดอื่นในข้าวโพดหมัก พบว่าเมื่อครบ 21 วันของการหมักสามารถยับยั้งการเจริญของราได้ 52.44% และลดปริมาณโอคราทอกซินเอ ได้ 72.52% นอกจากนี้ข้าวโพดหมักในชุดทดสอบที่เติมหัวเชื้อแล็กติกแอซิดแบคทีเรียยังมีโภชนะใกล้เคียงกับข้าวโพดสด จากผลการทดลองจึงสามารถสรุปได้ว่า L. paracasei AN3 เป็นแล็กติกแอซิดแบคทีเรียที่มีศักยภาพที่จะนำมาใช้เป็นตัวควบคุมชีวภาพเพื่อยับยั้งการเจริญและการผลิตอะฟลาทอกซินบี 1 ของ A. flavus และโอคราทอกซินเอ ของ A. carbonarius สามารถนำไปพัฒนาเป็นหัวเชื้อตั้งต้นในการผลิตพืชหมักให้มีคุณภาพต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
ชาลิสา แสงบัว . (2558). การควบคุมการเจริญและการผลิตสารพิษของราในข้าวโพดหมักด้วยแล็กติกแอซิดแบคทีเรีย.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ชาลิสา แสงบัว . 2558. "การควบคุมการเจริญและการผลิตสารพิษของราในข้าวโพดหมักด้วยแล็กติกแอซิดแบคทีเรีย".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ชาลิสา แสงบัว . "การควบคุมการเจริญและการผลิตสารพิษของราในข้าวโพดหมักด้วยแล็กติกแอซิดแบคทีเรีย."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558. Print. ชาลิสา แสงบัว . การควบคุมการเจริญและการผลิตสารพิษของราในข้าวโพดหมักด้วยแล็กติกแอซิดแบคทีเรีย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2558.
|
