ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาแพลตฟอร์มรับแรงสำหรับวิเคราะห์การลงน้ำหนักที่อุ้งเท้าขณะยืนของสุนัข

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาแพลตฟอร์มรับแรงสำหรับวิเคราะห์การลงน้ำหนักที่อุ้งเท้าขณะยืนของสุนัข
นักวิจัย : พฤกจิกา สุขศิริมัช
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ชัญชนา ตั้งวงศ์ศานต์ , กัมปนาท สุนทรวิภาต , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2558
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/49896
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558

วิทยานิพนธ์นี้ได้พัฒนาระบบแพลตฟอร์มรับแรงขึ้นเพื่อใช้ในการตรวจจับน้ำหนักกดของอุ้งเท้าของสุนัขจากการยืนและการเดิน ระบบนี้มีส่วนประกอบสำคัญ 3 ระบบ คือ ระบบตรวจจับแรง ที่ประกอบด้วยตัวตรวจจับแรงกดแบบตัวต้านทานจำนวน 144 ตัว ระบบประมวลผลข้อมูล และระบบวิเคราะห์และแสดงผลข้อมูล ซึ่งมีความเร็วในการแสดงผลข้อมูลอยู่ที่ 50 ชุดข้อมูลต่อวินาที ระบบแพลตฟอร์รับแรงนี้ได้ถูกทดสอบด้วยน้ำหนักมาตรฐานที่มีค่าน้ำหนักตั้งแต่ 40-3,000 g จำนวน 27 ค่าน้ำหนัก เพื่อหาสมการการแปลงค่าน้ำหนักจำนวน 11 สมการ ซึ่งค่าน้ำหนักที่ตรวจจับได้มีความถูกต้องแม่นยำสูง มีเปอร์เซ็นต์ความคลาดเคลื่อนที่ต่ำกว่า 3% จากนั้นได้นำระบบแพลตฟอร์มรับแรงที่ได้พัฒนาขึ้นนี้มาทดสอบกับสุนัขปกติที่ไม่ป่วยเป็นโรคระบบกล้ามเนื้อและโครงกระดูก จำนวน 15 ตัว และสุนัขที่ผิดปกติ (เป็นโรคระบบกล้ามเนื้อและโครงกระดูก) จำนวน 25 ตัว ที่เลือกโดยสัตวแพทย์ ผลจากการทดสอบพบว่า ในการยืน สุนัขที่ปกติจะมีการกระจายน้ำหนักตัวที่มีความสมดุล (หน้า-หลัง) และมีความสมมาตรซ้าย-ขวา โดยมีอัตราส่วนค่าเฉลี่ยผลรวมของน้ำหนักที่กดของอุ้งเท้าคู่หน้าต่ออุ้งเท้าคู่หลังเท่ากับ 59.97:40.03 (±0.54%) มีอัตราส่วนค่าเฉลี่ยผลรวมของน้ำหนักที่กดของอุ้งเท้าข้างซ้ายต่ออุ้งเท้าข้างขวาเท่ากับ 50.10:49.90 (±0.34%) และมีเปอร์เซ็นต์ความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของน้ำหนักที่กดของอุ้งเท้าคู่หน้า (ซ้าย-ขวา) และอุ้งเท้าคู่หลัง (ซ้ายและขวา) ที่ต่ำกว่า 1.60% (±1.51) แต่สำหรับสุนัขที่ผิดปกติที่เป็นโรคระบบกล้ามเนื้อและโครงกระดูก (โรคข้อเสื่อม โรคสะบ้าเคลื่อน โรคข้อสะโพกเสื่อมและโรคข้อสะโพกหลุด) จะมีการกระจายน้ำหนักตัวที่ไม่สมมาตร โดยมีเปอร์เซ็นต์ความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของน้ำหนักที่กดของอุ้งเท้าหน้าซ้ายและอุ้งเท้าหน้าขวาอยู่ที่ 5.54% (±2.45) และเปอร์เซ็นต์ความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของน้ำหนักที่กดของอุ้งเท้าหลังซ้ายและอุ้งเท้าหลังขวามากถึง 22.85% (±26.70) แต่เมื่อได้รับการรักษาแล้ว สุนัขที่ผิดปกติจะมีการกระจายน้ำหนักตัวที่ดีขึ้น คือมีเปอร์เซ็นต์ความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของน้ำหนักที่กดของอุ้งเท้าหลังซ้ายและอุ้งเท้าหลังขวาที่ต่ำกว่า 3.35% (±1.77) ในการเดิน สุนัขจะมีจังหวะการกดน้ำหนักที่สูงที่สุดอยู่ในช่วง 0.10-0.14 s หลังจากอุ้งเท้าเริ่มสัมผัสพื้น และในจังหวะการเดิน สุนัขจะมีการกดน้ำหนักสูงสุดที่อุ้งเท้าแต่ละข้างที่สูงกว่าการกดน้ำหนักขณะยืน โดยอุ้งเท้าคู่หน้าจะมีน้ำหนักกดที่ประมาณ 0.92-1.12 เท่าของน้ำหนักตัว และในอุ้งเท้าคู่หลังจะมีน้ำหนักกดที่ประมาณ 0.61-0.77 เท่าของน้ำหนักตัว ข้อมูลที่ได้จากการตรวจจับและวิเคราะห์ด้วยระบบแพลตฟอร์มรับแรงนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อสัตวแพทย์ในการวินิจฉัยโรคและการรักษาสุนัขที่มีความผิดปกติได้

บรรณานุกรม :
พฤกจิกา สุขศิริมัช . (2558). การพัฒนาแพลตฟอร์มรับแรงสำหรับวิเคราะห์การลงน้ำหนักที่อุ้งเท้าขณะยืนของสุนัข.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พฤกจิกา สุขศิริมัช . 2558. "การพัฒนาแพลตฟอร์มรับแรงสำหรับวิเคราะห์การลงน้ำหนักที่อุ้งเท้าขณะยืนของสุนัข".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พฤกจิกา สุขศิริมัช . "การพัฒนาแพลตฟอร์มรับแรงสำหรับวิเคราะห์การลงน้ำหนักที่อุ้งเท้าขณะยืนของสุนัข."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558. Print.
พฤกจิกา สุขศิริมัช . การพัฒนาแพลตฟอร์มรับแรงสำหรับวิเคราะห์การลงน้ำหนักที่อุ้งเท้าขณะยืนของสุนัข. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2558.