ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรคัดสรรกับระดับการดูแลตนเอง ของผู้ป่วยที่มีกลุ่มอาการเนปโฟรติค

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรคัดสรรกับระดับการดูแลตนเอง ของผู้ป่วยที่มีกลุ่มอาการเนปโฟรติค
นักวิจัย : ศิริวรรณ ตันนุกูล
คำค้น : ไต, โรค -- การป้องกันและรักษา , กลุ่มอาการเนโฟรติค , ผู้ป่วย
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : นพรัตน์ ผลาพิบูลย์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2526
อ้างอิง : 9745621943 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/48577
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2526

การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อหาความสัมพันธ์ของตัวแปรคัดสรรต่างๆ กับระดับการดูแลตนเองของผู้ป่วยที่มีกลุ่มอาการเนปโฟรติค ตลอดจนศึกษาถึงระดับความรู้และระดับการดูแลตนเองของผู้ป่วยกลุ่มอาการเนปโฟรติคโดยส่วนรวม พร้อมทั้งหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของคะแนนการดูแลตนเองและคะแนนความรู้เรื่องโรคไตกลุ่มอาการเนปโฟรติค กลุ่มตัวอย่างประชากร เป็นผู้ป่วยที่มีกลุ่มอาการเนปโฟรติคที่มาติดตามการรักษาที่คลีนิคโรคไตของแผนกผู้ป่วยนอก และผู้ป่วยที่รับไว้รักษาตัวในแผนกผู้ป่วยในของโรงพยาบาลรัฐบาลที่มีขนาด 300 เตียงขึ้นไป และมีสถาบันผลิตพยาบาลระดับวิชาชีพเป็นหน่วยงานรวมอยู่ด้วย กลุ่มตัวอย่างประชากรมีจำนวน 90 คน ใช้วิธีสุ่มแบบ Self Selected Samples โดยใช้กลุ่มตัวอย่างประชากรจากโรงพยาบาลตามเกณฑ์ทั้งหมดในเขตกรุงเทพมหานครรวม 7 แห่ง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง นำแบบสอบถามไปหาความตรงตามเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 10 ท่านและหาค่าความเที่ยงโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟ่า ได้ค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.77 และ 0.76 ตามลำดับ การวิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละ คะแนนเฉลี่ย คะแนนความเบี่ยงเบนมาตรฐาน หาความถี่ของระดับคะแนนการดูแลตนเองและระดับคะแนนความรู้เรื่องโรคไตกลุ่มอาการเนปโฟรติค แล้วทดสอบค่าไคสแควร์ (Chi-Square) พร้อมทั้งหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของคะแนนความรู้และคะแนนการดูแลตนเองของผู้ป่วย ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. คะแนนเฉลี่ยระดับความรู้เรื่องโรคไตและคะแนนเฉลี่ยระดับการดูแลตนเองของผู้ป่วยกลุ่มอาการเนปโฟรติคโดยส่วนรวมอยู่ในระดับปานกลาง 2. การทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยคัดสรรต่างๆ กับระดับการดูแลตนเองของผู้ป่วย พบว่า ความสัมพันธ์นั้นไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 คือ อายุ เพศ ระยะเวลาของการรักษา แต่ปัจจัยคัดสรรต่างๆ ได้แก่ รายได้ครอบครัวต่อเดือน จำนวน ครั้งที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลกับระดับการดูแลตนเองของผู้ป่วย พบว่า มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยเฉพาะระดับการศึกษา มีความสัมพันธ์กับระดับการดูแลตนเองของผู้ป่วยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3. คำนวณค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของคะแนนการดูแลตนเองของผู้ป่วยและคะแนนความรู้เรื่องโรคไตกลุ่มอาการเนปโฟรติคของผู้ป่วย ได้ค่าเท่ากับ 0.5977 และ ผลการทดสอบความมีนัยสำคัญ พบว่า มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001

บรรณานุกรม :
ศิริวรรณ ตันนุกูล . (2526). ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรคัดสรรกับระดับการดูแลตนเอง ของผู้ป่วยที่มีกลุ่มอาการเนปโฟรติค.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศิริวรรณ ตันนุกูล . 2526. "ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรคัดสรรกับระดับการดูแลตนเอง ของผู้ป่วยที่มีกลุ่มอาการเนปโฟรติค".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศิริวรรณ ตันนุกูล . "ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรคัดสรรกับระดับการดูแลตนเอง ของผู้ป่วยที่มีกลุ่มอาการเนปโฟรติค."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2526. Print.
ศิริวรรณ ตันนุกูล . ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรคัดสรรกับระดับการดูแลตนเอง ของผู้ป่วยที่มีกลุ่มอาการเนปโฟรติค. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2526.