| ชื่อเรื่อง | : | การเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า |
| นักวิจัย | : | วรนุช เซียงพุดซา |
| คำค้น | : | เครื่องหมายการค้า -- การเพิกถอน , อนุสัญญากรุงแมดริด , พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 , สนธิสัญญาการจดทะเบียบเครื่องหมายการค้า , อนุสัญญากรุงปารีสสำหรับคุ้มครองทรัพย์สินอุตสาหกรรม พ.ศ. 2510 , เครื่องหมายการค้า -- กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ , สิทธิในเครื่องหมายการค้า |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ธัชชัย ศุภผลศิริ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2535 |
| อ้างอิง | : | 9745817724 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/48305 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,2535 การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายที่จะศึกษาถึงหลักกฎหมาย การใช้บังคับและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเด็นที่สำคัญอันเกี่ยวกับเหตุผลในการเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า พัฒนาการของการเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทย และศึกษาถึงประเด็นที่เกี่ยวเนื่องอื่น ๆ เช่น ความเหมาะสมของกำหนดเวลา 5 ปี เพื่อฟ้องคดีเพิกถอนทะเบียนโดยอ้างสิทธิดีกว่าตามมาตรา 67 ของพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 การพิสูจน์ว่าเครื่องหมายการค้าเป็นเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปตามมาตรา 8(11) ของพระราชบัญญัติดังกล่าว ความสำคัญของพยานหลักฐานเกี่ยวกับการใช้และการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยในกรณีพิสูจน์สิทธิดีกว่า ภาระในการพิสูจน์การใช้เครื่องหมายการค้าในคดีฟ้องเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าโดยอ้างเหตุแห่งการไม่ใช้เครื่องหมายการค้าตามมาตรา 63 ของพระราชบัญญัติดังกล่าว โดยหลักกฎหมายตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 เปรียบเทียบกับพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 และพระราชบัญญัติลักษณะเครื่องหมายการค้าและยี่ห้อการค้าขาย พ.ศ. 2457 และศึกษาเปรียบเทียบกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายต่างประเทศ ผลการวิจัยพบว่า หลักและการใช้บังคับกฎหมายเกี่ยวกับการเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยได้พัฒนาขึ้นอย่างมากในช่วงของพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 โดยมุ่งให้ความคุ้มครองแก่ผู้ประกอบการค้าสุจริตที่ใช้เครื่องหมายการค้านั้นมาก่อน โดยถือว่าสิทธิที่เกิดจากการใช้เครื่องหมายการค้ามาก่อน โดยเฉพาะใช้กับสินค้าในประเทศไทยย่อมเป็นสิทธิดีกว่าเหนือสิทธิที่เกิดจากการจดทะเบียน สำหรับพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญแก่การพัฒนาทางด้านธุรกิจการค้ามากยิ่งขึ้น มีการรับเอกหลักการเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปเข้ามาไว้ในกฎหมาย กำหนดเวลา 5 ปี ตามมาตรา 67 เหมาะสมเฉพาะในกรณีที่ผู้จดทะเบียนก่อนสุจริต มิได้ลอกเลียนเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น กำหนดเวลา 5 ปีนี้ไม่เหมาะสมกับกรณีผู้จดทะเบียนก่อนไม่สุจริต ลอกเลียนนำเอาเครื่องหมายการค้าของ้ผุอื่นมาจดทะเบียนไว้เพราะก่อให้เกิดการแข่งขันทางการค้าอันไม่เป็นธรรม และกำหนดเวลา 5 ปีนี้ก็ไม่ควรใช้กับกรณีเครื่องหมายการค้าที่พิพาทเป็นเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไป เพราะผู้ประกอบการค้าที่มีความสามารถและสุจริต การได้รับการคุ้มครองในกรณีฟ้องเพิกถอนการจดทะเบียนอ้างเหตุการไม่ใช้ภาระการพิสูจน์ถึงการใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวควรอยู่ที่ผู้จดทะเบียนในฐานะที่เป็นผู้ทราบข้อเท็จจริง และมีพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าว |
| บรรณานุกรม | : |
วรนุช เซียงพุดซา . (2535). การเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วรนุช เซียงพุดซา . 2535. "การเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วรนุช เซียงพุดซา . "การเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2535. Print. วรนุช เซียงพุดซา . การเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2535.
|
