ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

พฤติกรรมการสื่อสารและการผสมกลมกลืนเข้ากับวัฒนธรรมไทย : ศึกษาเฉพาะชาวจีนในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : พฤติกรรมการสื่อสารและการผสมกลมกลืนเข้ากับวัฒนธรรมไทย : ศึกษาเฉพาะชาวจีนในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่
นักวิจัย : สุมน อยู่สิน
คำค้น : การสื่อสาร , สื่อมวลชน , ชาวจีน -- ไทย , การผสมกลมกลืนทางวัฒนธรรม
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : กริช สืบสนธิ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2527
อ้างอิง : 9745632465 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/48172
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (นศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2527

การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายศึกษาถึงพฤติกรรมการเปิดรับสื่อมวลชนและปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้ชาวจีนในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่มีการผสมกลมกลืนเข้ากับวัฒนธรรมไทย วิธีการรวบรวมข้อมูลใช้แบบสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย ได้แก่ผู้ที่มีบิดาหรือมารดาเป็นคนสัญชาติจีนโดยกำเนิด มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป ทั้งเพศชายและเพศหญิง อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ จำนวน 148 ตัวอย่าง วิธีการสุ่มตัวอย่างได้ใช้วิธีการสุ่มแบบมีระบบแบบเจาะจง (Purposive Sampling) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ร้อยละ การทดสอบค่าความแปรปรวน (Analysis of Variance) การทดสอบค่าไคสแควร์ (X² ) การหาค่าสหสัมพันธ์ การทดสอบแบบ t-test และการทดสอบเครื่องหมาย (Sig-test) ผลการวิจัยปรากฏว่า ความถี่ในการเปิดรับสื่อมวลชนซึ่งได้แก่วิทยุ หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์และภาพยนตร์ มีผลทำให้กลุ่มตัวอย่างมีทัศนคติและการปฏิบัติตามวัฒนธรรมไทยแตกต่างกัน และพบว่ามีสื่อมวลชนบางประเภทได้แก่ วิทยุและภาพยนตร์ มีผลต่อการใช้ภาษาไทยเป็นภาษาพูดในชีวิตประจำวัน ส่วนในด้านการยึดถือประเพณีไทยและจีนนั้น ไม่พบว่ามีสื่อมวลชนประเภทใดที่มีผลทำให้กลุ่มตัวอย่างมีการยึดถือประเพณีทั้งสองฝ่ายแตกต่างกัน นอกจากนี้ยังพบว่าจำนวนสื่อมวลชนที่เปิดรับ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดรับจำนวนมากหรือน้อยไม่มีผลต่อการผสมกลมกลืนทางวัฒนธรรมของกลุ่มตัวอย่าง ส่วนปัจจัยอื่นๆ เช่นเพศ พบว่าเพศชายหรือเพศหญิงไม่มีความแตกต่างกันในด้านการผสมกลมกลืนทางวัฒนธรรม ปัจจัยที่พบว่ามีความสัมพันธ์หรือมีผลต่อการผสมกลมกลืนทางวัฒนธรรมได้แก่อายุ การศึกษา อาชีพและความผูกพันภายในกลุ่มวัฒนธรรมเดียวกัน ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าสื่อมวลชนมิใช่ปัจจัยที่สำคัญเพียงปัจจัยเดียวในการทำให้ชาวจีนมีการผสมกลมกลืนเข้ากับวัฒนธรรมไทย หากยังจะต้องมีปัจจัยอื่น ๆ มาสนับสนุนอีกด้วย สำหรับสภาพของการผสมกลมกลืนทางวัฒนธรรมของชาวจีนในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ อยู่ในระดับที่มีการผสมกลมกลืนเข้ากับวัฒนธรรมได้ดี จะเห็นได้จากการที่กลุ่มตัวอย่างมีการใช้ชื่อตัวและชื่อสกุลเป็นไทย และนิยมใช้ภาษาไทยเป็นภาษาพูดกับคนในครอบครัว และในการติดต่อสื่อสารกับคนอื่น ส่วนการยึดถือประเพณีนั้น ส่วนใหญ่จะยึดถือประเพณีไทยและจีนควบคู่กันไป โดยไม่ละทิ้งประเพณีจีนที่ได้ปฏิบัติสืบมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ผู้วิจัยได้เสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงเนื้อหาของสื่อมวลชนต่างๆ ให้มีการส่งเสริมให้ชาวจีนมีความรู้สึกผูกพันต่อประเทศชาติ และวัฒนธรรมไทยมากขึ้น นอกจากนี้ยังได้เสนอแนะให้ผู้ที่จะทำการวิจัยต่อไปได้ศึกษาปัจจัยที่ก่อให้เกิดการผสมกลมกลืนทางวัฒนธรรมในด้านอื่น ๆ นอกเหนือจากวัฒนธรรมทางด้านการใช้ภาษาไทย ทัศนคติ การปฏิบัติตามวัฒนธรรมไทย และการยึดถือประเพณี รวมทั้งเสนอให้มีการศึกษา พฤติกรรมการสื่อสารและการผสมกลมกลืนทางวัฒนธรรมของชนกลุ่มน้อยอื่น ๆ ในสังคมไทยต่อไป

บรรณานุกรม :
สุมน อยู่สิน . (2527). พฤติกรรมการสื่อสารและการผสมกลมกลืนเข้ากับวัฒนธรรมไทย : ศึกษาเฉพาะชาวจีนในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุมน อยู่สิน . 2527. "พฤติกรรมการสื่อสารและการผสมกลมกลืนเข้ากับวัฒนธรรมไทย : ศึกษาเฉพาะชาวจีนในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุมน อยู่สิน . "พฤติกรรมการสื่อสารและการผสมกลมกลืนเข้ากับวัฒนธรรมไทย : ศึกษาเฉพาะชาวจีนในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2527. Print.
สุมน อยู่สิน . พฤติกรรมการสื่อสารและการผสมกลมกลืนเข้ากับวัฒนธรรมไทย : ศึกษาเฉพาะชาวจีนในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2527.