| ชื่อเรื่อง | : | การวิเคราะห์ระบบอุตสาหกรรมยางพาราของประเทศไทย |
| นักวิจัย | : | ศิริพร เมฆฉาย |
| คำค้น | : | อุตสาหกรรมยางพารา -- แบบจำลองทางเศรษฐมิติ , อุตสาหกรรมยางพารา -- ไทย -- ระบบสมการอุปสงค์ , ยางพารา -- อุปทานและอุปสงค์ , ยางพารา -- การตลาด , ตารางปัจจัยการผลิต-ผลผลิต , ยางพารา -- ราคา , ยางพารา -- แง่เศรษฐศาสตร์ , อัตราผลตอบแทน , rubber industry |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย , สมชาย รัตนโกมุท |
| ปีพิมพ์ | : | 2538 |
| อ้างอิง | : | 9746312979 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/48723 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2538 การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาถึงผลกระทบของเศรษฐกิจส่วนรวมที่จะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงความต้องการยางพาราโดยใช้ระบบสมการอุปสงค์ของยางพาราและตารางปัจจัยการผลิตผลผลิตเป็นเครื่องมือในการศึกษาแล้วศึกษาถึงเสถียรภาพของราคายางความเหมะสมในการลงทุนปลูกยางพาราและช่วงอายุที่เหมาะสมในการปลูกทดแทน ผลการวิจัยทางด้านการประเมินผลกระทบของอุปสงค์ยางทั่วโลกโดยผ่านระบบสมการอุปสงค์ของอุตสาหกรรมยางพาราของไทยพบว่าเมื่ออุปสงค์ของยางทั่วโลกเพิ่มขึ้นจะส่งผลกระทบถึงปริมาณยางที่ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางอื่นๆ ในประเทศมากที่สุดรองลงมาคือปริมาณยางที่ส่งออกไปญี่ปุ่นและอันดับที่ 3 คือปริมาณที่ส่งออกไปจีนและเมื่อทำการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสาขาการผลิตอื่นๆเมื่อให้อุปสงค์สุดท้ายของอุตสาหกรรมยางพาราเพิ่มขึ้นในร้อยละต่างๆ พบว่าจะชักนำให้เกิดมูลค่าเพิ่มโดยสาขาการผลิตที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือการทำสวนยางพารา รองลงมาคือการผลิตยางแผ่นเครปและยางก้อนอันอับต่อมาคือสาขาการผลิตผลิตภัณฑ์ยางอื่นๆ ทางด้านผลกระทบเชื่อมโยงข้างหน้าและข้างหลังพบว่าการทำสวนยางพาราจะมีผลกระทบเชื่อมโยงข้างหน้าสูงส่วนการผลิตยางแผ่นเครปและยางก้อนการผลิตยางนอกและยางในรถยนต์และการผลิตผลิตภัณฑ์ยางอื่นๆ จะมีผลกระทบเชื่อมโยงข้างหลังสูง ทางด้านเสถียรภาพของราคายางพบว่าราคาที่เกษตรกรได้รับมีการเปลี่ยนแปลงรุนแรงกว่าราคาขายส่งและราคาส่งออกทั้งในรายเดือนและรายปีและราคาเฉลี่ยรายเดือนมีเสถียรภาพมากกว่าราคาเฉลี่ยรายปี อัตราส่วนผลได้ของทุนที่คำนวณได้ ณ ระดับอัตราลดค่าร้อยละ 9 ของยางชนิดที่ให้ผลผลิตเฉลี่ยและยางที่ให้ผลผลิตสูงสุดนั้นมีค่าเท่ากับ 1.07 และ 1.21 และอัตราผลตอบแทนภายในของยางที่ให้ผลผลิตสูงสุดเท่ากับร้อยละ 14.50 ส่วนยางชนิดที่ให้ผลผลิตเฉลี่ยนั้นเท่ากับ 10.91 ยางทั้ง 2 ชนิดมีราคาคุ้มทุนที่แตกต่างกันคือยางชนิดที่ให้ผลผลิตสูงสุดมีราคาคุ้มทุนเป็น 14.05 บาทและยางชนิดที่ให้ผลผลิตเฉลี่ยมีราคาคุ้มทุนเป็น 15.83 บาท การวิเคราะห์อายุที่เหมาะสมในการลงทุนปลูกทดแทนโดยนำราคาไม้ยางมาคิดด้วยนั้นพบว่ายางชนิดที่ให้ผลผลิตเฉลี่ยมีอายุที่เหมาะสมในการลงทุนปลูกทดแทนคือ 20 ปีสำหรับยางชนิดที่ให้ผลผลิตสูงสุดพบว่าอายุที่เหมาะสมคือ 19 ปีเมื่อให้ราคาไม้ยางเพิ่มขึ้นร้อยละ 300 พบว่ายางทั้ง 2 ชนิดมีอายุที่เหมาะสมคือ 15 ปีเท่ากัน |
| บรรณานุกรม | : |
ศิริพร เมฆฉาย . (2538). การวิเคราะห์ระบบอุตสาหกรรมยางพาราของประเทศไทย.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ศิริพร เมฆฉาย . 2538. "การวิเคราะห์ระบบอุตสาหกรรมยางพาราของประเทศไทย".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ศิริพร เมฆฉาย . "การวิเคราะห์ระบบอุตสาหกรรมยางพาราของประเทศไทย."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2538. Print. ศิริพร เมฆฉาย . การวิเคราะห์ระบบอุตสาหกรรมยางพาราของประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2538.
|
