| ชื่อเรื่อง | : | การวิเคราะห์ความสามารถของพยาบาลวิชาชีพในการวินิจฉัย การพยาบาล |
| นักวิจัย | : | ลัดดา เซี่ยงเห็น |
| คำค้น | : | การพยาบาล -- การทดสอบความสามารถ , พยาบาล -- ไทย , การทดสอบความสามารถ |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | พวงรัตน์ บุญญานุรักษ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2530 |
| อ้างอิง | : | 9745681229 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/48806 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2530 การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ความสามารถในการใช้ข้อมูลประกอบการวินิจฉัยการพยาบาลเปรียบเทียบความสามารถในการใช้ข้อมูลประกอบการวินิจฉัยการพยาบาลของพยาบาลวิชาชีพที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานต่างกันมีวุฒิการศึกษาต่างกันและของพยาบาลวิชาชีพที่เคยและไม่เคยรับการอบรมเรื่องการใช้กระบวนการพยาบาลวิเคราะห์แบบการคิดในการวินิจฉัยการพยาบาลและศึกษาความสามารถในการกำหนดข้อวินิจฉัยการพยาบาลของพยาบาลวิชาชีพตัวอย่างประชากรในการวิจัย คือ พยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานให้การพยาบาลแก่ผู้ป่วยโดยตรง แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลของรัฐ เขตกรุงเทพมหานครจำนวน 265 คน รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบทดสอบความสามารถในการวินิจฉัยการพยาบาล ซึ่งได้ผ่านการปรับปรุงให้มีความตรงตามเนื้อเรื่องโดยผู้ทรงคุณวุฒิทางการพยาบาลอายุรกรม หาความเที่ยงของแบบทดสอบโดยใช้สูตรที่ 12 ของแอนกอฟฟ์ และได้หาความเที่ยงของการตรวจให้คะแนนโดยใช้สูตรการหาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และวิเคราะห์ข้อมูลโดยคำนวณค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test) การทดสอบค่าเอฟ (F-test) และเปรียบเทียบรายคู่โดยวิธีของ ตูกี (บี) Tukey (b) Method ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1.พยาบาลวิชาชีพส่วนใหญ่มีความสามารถในการใช้ข้อมูลประกอบการวินิจฉัยการพยาบาลระดับปานกลาง และเป็นส่วนน้อยมีความสามารถระดับสูง 2.พยาบาลวิชาชีพที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานต่างกันมีความสามารถในการใช้ข้อมูลประกอบการวินิจฉัยการพยาบาลแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยพยาบาลวิชาชีพที่มีประสบการณ์มากกว่า 3-6 ปี มีความสามารถในการใช้ข้อมูลประกอบการวินิจฉัยการพยาบาลสูงสูดและพยาบาลวิชาชีพที่มีประสบการณ์มากกว่า 1-3 ปี และที่มีประสบการณ์มากกว่า 3-6 ปี มีความสามารถในการใช้ข้อมูลประกอบการวินิจฉัยการพยาบาลสูงกว่าพยาบาลวิชาชีพที่มีประสบการณ์ 1 ปี และต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. พยาบาลวิชาชีพที่มีวุฒิต่ำกว่าปริญญาตรี และปริญญาตรีมีความสามารถในการใช้ข้อมูลประกอบการวินิจฉัยการพยาบาลไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 4. พยาบาลวิชาชีพที่เคยและไม่เคยรับการอบรมเรื่องการใช้กระบวนการพยาบาลมีความสามารถในการใช้ข้อมูลประกอบการวินิจฉัยการพยาบาลไม่แตกต่างกัน 5. พยาบาลวิชาชีพส่วนใหญ่ใช้การคิดแบบไม่มีหลักการในการวินิจฉัยการพยาบาลและส่วนน้อยใช้การคิดพิจารณาอย่างรอบคอบ 6. โดยเฉลี่ยพยาบาลวิชาชีพระบุประเด็นปฏิกิริยาตอบสนองต่อปัญหาสุขภาพได้ 2.35 ใน 9 ข้อ 7. โดยเฉลี่ยพยาบาลวิชาชีพเขียนข้อวินิจฉัยการพยาบาลที่สมบูรณ์ได้ 0.67 ใน 9 ข้อ |
| บรรณานุกรม | : |
ลัดดา เซี่ยงเห็น . (2530). การวิเคราะห์ความสามารถของพยาบาลวิชาชีพในการวินิจฉัย การพยาบาล.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ลัดดา เซี่ยงเห็น . 2530. "การวิเคราะห์ความสามารถของพยาบาลวิชาชีพในการวินิจฉัย การพยาบาล".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ลัดดา เซี่ยงเห็น . "การวิเคราะห์ความสามารถของพยาบาลวิชาชีพในการวินิจฉัย การพยาบาล."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2530. Print. ลัดดา เซี่ยงเห็น . การวิเคราะห์ความสามารถของพยาบาลวิชาชีพในการวินิจฉัย การพยาบาล. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2530.
|
