ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

กระบวนการถ่ายทอดศิลปะการปักผ้าของชาวเขาเผ่าเย้าบ้านห้วยแม่ซ้าย จังหวัดเชียงราย

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : กระบวนการถ่ายทอดศิลปะการปักผ้าของชาวเขาเผ่าเย้าบ้านห้วยแม่ซ้าย จังหวัดเชียงราย
นักวิจัย : วรวิทย์ องค์ครุฑรักษา
คำค้น : สังคมประกิต , เย้า , การเย็บปักถักร้อย
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุลักษณ์ ศรีบุรี , มงคล จันทร์บำรุง , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2537
อ้างอิง : 9745840025 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/47782
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2537

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการถ่ายทอดศิลปะการปักผ้าของชาวเขาเผ่าเย้า บ้านห้วยแม่ซ้าย จังหวัดเชียงราย ในด้าน วัสดุอุปกรณ์ ขั้นตอนวิธีปัก รูปแบบลวดลายปักและค่านิยมความเชื่อ กลุ่มตัวอย่างประชากรคือสตรีเย้าจำนวน 50 บาท เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น เก็บข้อมูลจากการสังเกต การสัมภาษณ์ และบันทึกข้อมูลภาคสนาม แล้วนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์เนื้อหาและอภิปรายผลในรูปความเรียง และแสดงค่าความถี่และค่าร้อยละด้วยตารางประกอบความเรียง ผลการวิจัยพบว่า (1) ด้านวัสดุอุปกรณ์ ในการหัดปักชาวเย้าใช้เข็มเย็บผ้าขนาดใหญ่ ด้ายปักที่นิยมใช้คือ ไหมพรม เพราะปักง่าย ราคาถูก และสีไม่ตก ผ้าที่ใช้ปักเป็นผ้าทอมือย้อมสีดำ (2) ด้านขั้นตอนวิธีปัก โดยเริ่มจากการหัดจับเข็ม การสนเข็ม การจับผ้า และการนับเส้นฝ้ายตามลำดับ (3) ด้านรูปแบบลวดลายปัก เริ่มด้วยการหัดปักลาย “โฉ่งเกียม” ส่วนลายที่นิยมปักคือลาย “โฉ่งดับยัด” ที่เหลือได้แก่ลาย “โฉ่งทิว” และลาย “กิ่ว กิ่ว” (4) ด้านค่านิยมความเชื่อในการปัก ชาวเย้าเชื่อว่าผู้หญิงเย้าทุกคนต้องปักผ้าเพื่อให้มีเครื่องนุ่งห่มใช้ในชีวิตประจำวัน และมีชุดสวมใส่ไปร่วมงานพิธีเย้า และเชื่อว่าผู้หญิงทุกคนต้องปักผ้าได้ หากปักไม่ได้บุคคลอื่นจะดูถูก ซึ่งการปักผ้าแสดงถึงความขยันของสตรีซึ่งจะทำให้บุรุษเย้าให้ความสนใจตน และเชื่อว่าการปักผ้าเป็นสิ่งจำเป็นของผู้หญิงเย้าทุกคนต้องทำสืบต่อไป กระบวนการสืบทอดการปักผ้าของชาวเย้าทำโดยมารดาสอนให้บุตรสาวเมื่ออายุระหว่าง 6-12 ปี ตามความพร้อมของแต่ละบุคคล และเมื่อย่างเข้าอายุ 15 ปี ก็สามารถปักผ้าได้ โดยการสังเกตและไต่ถามผู้รู้ แล้วฝึกด้วยตนเอง มีการแลกเปลี่ยนลวดลายกับผู้อื่นทำให้เกิดลวดลายใหม่ๆ การปักผ้าของชาวเย้าจึงนับได้ว่าเป็นกระบวนการสืบทอดทางศิลปะที่ผู้สอนใช้วิธีสอนแบบปากเปล่าและการสาธิต ผู้เรียนใช้วิธีการสังเกตและฝึกประสบการณ์ด้วยตนเองจนเกิดความชำนาญ โดยไม่มีการจดบันทึกเป็นหลักฐาน การถ่ายทอดจึงขึ้นอยู่กับความแม่นยำของผู้สอนและผู้เรียนในการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์จากคนรุ่นหนึ่งสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง

บรรณานุกรม :
วรวิทย์ องค์ครุฑรักษา . (2537). กระบวนการถ่ายทอดศิลปะการปักผ้าของชาวเขาเผ่าเย้าบ้านห้วยแม่ซ้าย จังหวัดเชียงราย.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วรวิทย์ องค์ครุฑรักษา . 2537. "กระบวนการถ่ายทอดศิลปะการปักผ้าของชาวเขาเผ่าเย้าบ้านห้วยแม่ซ้าย จังหวัดเชียงราย".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วรวิทย์ องค์ครุฑรักษา . "กระบวนการถ่ายทอดศิลปะการปักผ้าของชาวเขาเผ่าเย้าบ้านห้วยแม่ซ้าย จังหวัดเชียงราย."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2537. Print.
วรวิทย์ องค์ครุฑรักษา . กระบวนการถ่ายทอดศิลปะการปักผ้าของชาวเขาเผ่าเย้าบ้านห้วยแม่ซ้าย จังหวัดเชียงราย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2537.