ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

วิธีการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนช่างเทคนิคสำหรับงานก่อสร้างในจังหวัดเชียงใหม่

หน่วยงาน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : วิธีการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนช่างเทคนิคสำหรับงานก่อสร้างในจังหวัดเชียงใหม่ , Methods of solving the problem of construction technicians shortage in Chiang Mai Province
นักวิจัย : วริทธิ์ ธีระวร
คำค้น : -
หน่วยงาน : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ผู้ร่วมงาน : อนิรุทธ์ ธงไชย
ปีพิมพ์ : 2557
อ้างอิง : http://cmuir.cmu.ac.th/handle/6653943832/37856
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การค้นคว้าแบบอิสระนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิธีการแก้ไขปัญหาการขาดแคลน ช่างเทคนิคสำหรับงานก่อสร้างในจังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาเป็นผู้บริหารของบริษัทที่ประกอบธุรกิจก่อสร้าง ทำการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) ประเภทของโครงการก่อสร้างที่เข้าเก็บข้อมูลไม่ได้จำกัดอยู่ในโครงการประเภทใดประเภทหนึ่ง หากแต่จะรวมโครงการก่อสร้างทุกประเภท จำนวน 45 ราย เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามและสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ และค่าเฉลี่ย การศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างเคยประสบปัญหาการขาดแคลน ร้อยละ 80.00 และปัจจุบันเห็นว่าแรงงานกลุ่มดังกล่าวยังมีการขาดแคลนอยู่ถึงร้อยละ 82.22 กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 95.56 ได้เคยประเมินสถานการณ์ของการขาดแคลนแรงงานกลุ่มนี้ในอนาคต และพบว่าปริมาณช่างเทคนิคสำหรับงานก่อสร้างไม่พอเพียงกับความต้องการโดยคิดเป็นร้อยละ 77.78 การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนช่างเทคนิคสำหรับงานก่อสร้างในจังหวัดเชียงใหม่ แบ่งออกเป็น 4 ด้าน คือ ด้านโครงสร้าง ด้านบุคคล ด้านนโยบาย และด้านกระบวนการทำงาน ซึ่งการเลือกใช้แนวทางที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับปัจจัยที่สำคัญคือ ขนาดและรูปแบบขององค์กร ซึ่งประกอบด้วยปัจจัยย่อย คือระยะเวลาดำเนินกิจการ จำนวนคนงาน มูลค่างานสูงสุดที่ทำต่อสัญญาจ้างและมูลค่าเฉลี่ยงานต่อปี ความแตกต่างจากปัจจัยด้านระยะเวลาดำเนินกิจการ องค์กรที่ดำเนินกิจการมากกว่า 10 ปี มีวิธีการแก้ปัญหาโดยการโยกย้ายบุคลากรระหว่างแผนกและใช้วิธีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาทดแทน คิดเป็นร้อยละ 89.19 จ้างผู้รับเหมาช่วง คิดเป็นร้อยละ75.68 องค์กรที่ดำเนินกิจการน้อยกว่า 10 ปี มีวิธีการแก้ไขปัญหาโดยการพัฒนาแรงงานที่ไม่มีทักษะหรือประสบการณ์ คิดเป็นร้อยละ 100.00 มอบหมายภาระงานให้พนักงานอื่นที่รับผิดชอบงานในลักษณะเดียวกันคิดเป็นร้อยละ 86.96 และจัดส่งพนักงานเข้าฝึกอบรมเพื่อให้มีทักษะเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 87.50 ความแตกต่างจากปัจจัยด้านจำนวนคนงาน องค์กรที่มีจำนวนคนงานมากกว่า 50 คน มีวิธีการแก้ไขปัญหาโดยการโยกย้ายบุคลากรจากโครงการก่อสร้างคิดเป็นร้อยละ 100.00, จ้างผู้รับเหมาช่วงคิดเป็นร้อยละ 86.36 และสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานเพื่อขอความช่วยเหลือในการจัดหาแรงงานคิดเป็นร้อยละ 72.73 องค์กรที่มีจำนวนคนงานน้อยกว่า 50 คน มีวิธีการแก้ไขปัญหา โดยการให้พนักงานในตำแหน่งอื่นดำเนินการหรือรับผิดชอบเพิ่มเติม คิดเป็นร้อยละ 86.96 ให้พนักงานอื่นที่รับผิดชอบงานในลักษณะเดียวกันทำงานล่วงเวลา คิดเป็นร้อยละ 78.26 วางแผนล่วงหน้าก่อนการดำเนินการ และปรับแผนกำหนดเวลางานก่อสร้างใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่ขาดแคลนแรงงานคิดเป็นร้อยละ 60.87 ความแตกต่างจากปัจจัยด้านมูลค่างานสูงสุดที่ทำต่อสัญญาจ้างและมูลค่าเฉลี่ยงานต่อปี องค์กรที่มีมูลค่างานสูงสุดที่ทำต่อสัญญาจ้างมากกว่า 50 ล้านบาทและมูลค่างานเฉลี่ยต่อปีมากกว่า 100 ล้านบาท มีวิธีการแก้ไขปัญหาโดยการโยกย้ายบุคลากรระหว่างแผนกคิดเป็นร้อยละ 100.00 จ้างผู้รับเหมาช่วง ร้อยละ 86.36 และนำรูปแบบการวางแผนล่วงหน้าก่อนการดำเนินการ (Pre-planning) ร้อยละ 90.91 องค์กรที่มีมูลค่างานสูงสุดที่ทำต่อสัญญาจ้างน้อยกว่า 50 ล้านบาทและมูลค่างานเฉลี่ยต่อปีน้อยกว่า 100 ล้านบาท มีวิธีการให้พนักงานอื่นที่รับผิดชอบงานในลักษณะเดียวกันและให้พนักงานในตำแหน่งอื่นดำเนินการหรือรับผิดชอบเพิ่มเติม คิดเป็นร้อยละ 86.96 และ 82.61 ตามลำดับ ใช้วิธีจ้างพนักงานหรือเด็กฝึกงานเข้ามาทำงานในกิจกรรมที่ขาดแคลนแรงงาน โดยคิดเป็นร้อยละ 65.22

บรรณานุกรม :
วริทธิ์ ธีระวร . (2557). วิธีการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนช่างเทคนิคสำหรับงานก่อสร้างในจังหวัดเชียงใหม่.
    เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ .
วริทธิ์ ธีระวร . 2557. "วิธีการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนช่างเทคนิคสำหรับงานก่อสร้างในจังหวัดเชียงใหม่".
    เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ .
วริทธิ์ ธีระวร . "วิธีการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนช่างเทคนิคสำหรับงานก่อสร้างในจังหวัดเชียงใหม่."
    เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ , 2557. Print.
วริทธิ์ ธีระวร . วิธีการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนช่างเทคนิคสำหรับงานก่อสร้างในจังหวัดเชียงใหม่. เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ; 2557.