| ชื่อเรื่อง | : | การแปรสภาพบริษัทมหาชนจำกัดเป็นบริษัทจำกัด |
| นักวิจัย | : | บุญยวัฒน์ การะเวกพันธุ์ |
| คำค้น | : | พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 , กฎหมายบริษัท , บริษัทมหาชน -- กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ , Public Limited Company Act of B.E. 2535 , Corporation law , Public companies -- Law and legislation |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | สำเรียง เมฆเกรียงไกร , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิติศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2550 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/47249 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550 พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 มุ่งส่งเสริมตลาดทุน โดยอนุญาตให้บริษัทจำกัดที่ต้องการระดมเงินทุนจากภาคประชาชน แปรสภาพหรือเปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทมหาชนจำกัด เพื่อนำเงินมาใช้ในการบริหารจัดการให้ได้ผลกำไร แต่ในทางตรงกันข้ามหากบริษัทมหาชนจำกัดที่ไม่ประสงค์จะดำรงสถานะในรูปแบบดังกล่าว และต้องการแปรสภาพเป็นบริษัทจำกัด กฎหมายยังไม่อนุญาตให้ดำเนินการได้ ซึ่งลักษณะดังกล่าวอาจเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินกิจการของบริษัทและไม่สะท้อนหลักธรรมชาติขององค์กรธุรกิจ ที่จะต้องเลือกสถานะให้เหมาะสมสำหรับการสร้างกำไรสูงสุด วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ มุ่งศึกษาให้เห็นถึงข้อดีและข้อเสียของการนำมาตรการแปรสภาพบริษัทมหาชนจำกัดเป็นบริษัทจำกัด มาใช้ในประเทศไทย มาตรการในการนำมาใช้ให้เกิดความเหมาะสม ชัดเจน และมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นแนวทางในการบัญญัติกฎหมายต่อไป จากการวิจัยพบว่า การนำมาตรการแปรสภาพบริษัทมหาชนจำกัดเป็นบริษัทจำกัดมาใช้ ย่อมเป็นประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจตามความประสงค์ของผู้ถือหุ้นของบริษัท ที่อาจมองว่าบริษัทไม่ได้รับประโยชน์จากการดำรงสถานะในรูปของบริษัทมหาชน ลักษณะดังกล่าวเป็นการสร้างความยืดหยุ่นและคล่องตัวให้แก่องค์กรต่างๆ ในการเลือกสถานะที่เหมาะสม และสร้างประโยชน์ให้แก่องค์กรและผู้เกี่ยวข้องของบริษัท พร้อมกันนี้ได้เสนอมาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับแปรสภาพบริษัทมหาชนจำกัดเป็นบริษัทจำกัดในประเทศไทย ดังนี้ (1) บริษัทมหาชนจำกัดที่ประสงค์จะแปรสภาพจะต้องไม่มีหลักทรัพย์ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ และจะต้องขอมติพิเศษให้แปรสภาพจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น (2) เนื่องจากการแปรสภาพจากองค์กรขนาดใหญ่ที่มีกฎระเบียบที่เข้มงวดสู่องค์กรขนาดเล็กที่ระเบียบกฎเกณฑ์ไม่เข้มงวดนัก อีกทั้งการบริหารจัดการมีข้อจำกัดมากกว่า ย่อมมีผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท ได้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัท เจ้าหนี้และผู้ถือหุ้นกู้ ผู้ถือหลักทรัพย์แปลงสภาพ รวมถึงลูกจ้างของบริษัท ดังนั้นกฎหมายจะต้องมีมาตรการในการให้ความคุ้มครองผู้มีส่วนได้เสียเหล่านี้ อาทิเช่นการพิจารณาถึงเงื่อนเวลาในการดำรงสถานะเป็นบริษัทมหาชนก่อนการแปรสภาพ การคุ้มครองผู้ถือหุ้นที่ไม่เห็นด้วยกับการแปรสภาพ การคุ้มครองเจ้าหนี้และผู้ถือหุ้นกู้ของบริษัทซึ่งการแปรสภาพอาจส่งผลกระทบต่อการชำระหนี้ การกำหนดสิทธิของผู้ถือหลักทรัพย์แปลงสภาพซึ่งเป็นหลักทรัพย์ที่ไม่อาจมีได้ในบริษัทจำกัด การคุ้มครองลูกจ้างหรือพนักงานของบริษัทที่อาจถูกเลิกจ้าง เป็นต้น (3) บริษัทจะต้องจัดให้มีการประชุมอีกครั้งหนึ่งเพื่อพิจารณาหนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับของบริษัท ให้เป็นไปตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกับบริษัทจำกัดกำหนดไว้ รวมถึงการเลือกตั้งกรรมการและผู้สอบบัญชีของบริษัทจำกัด และจะต้องนำความทั้งหมดไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท การแปรสภาพจึงมีผลสมบูรณ์ |
| บรรณานุกรม | : |
บุญยวัฒน์ การะเวกพันธุ์ . (2550). การแปรสภาพบริษัทมหาชนจำกัดเป็นบริษัทจำกัด.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บุญยวัฒน์ การะเวกพันธุ์ . 2550. "การแปรสภาพบริษัทมหาชนจำกัดเป็นบริษัทจำกัด".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บุญยวัฒน์ การะเวกพันธุ์ . "การแปรสภาพบริษัทมหาชนจำกัดเป็นบริษัทจำกัด."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. Print. บุญยวัฒน์ การะเวกพันธุ์ . การแปรสภาพบริษัทมหาชนจำกัดเป็นบริษัทจำกัด. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.
|
