ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาองค์ประกอบที่มีผลต่อความมานะอุตสาหะของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กรุงเทพมหานคร

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาองค์ประกอบที่มีผลต่อความมานะอุตสาหะของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กรุงเทพมหานคร
นักวิจัย : วันเพ็ญ เถาสมบัติ
คำค้น : แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ , ความตั้งใจ
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : นิรมล ชยุตสาหกิจ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2536
อ้างอิง : 9745832677 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/47428
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2536

การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาองค์ประกอบที่มีผลต่อความมานะอุตสาหะของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนในกรุงเทพมหานคร จำนวน 212 คน ซึ่งมีคะแนนความมานะอุตสาหะตามการรับรู้ของนักเรียนแตกต่างจากคะแนนความมานะอุตสาหะของนักเรียนตามการรับรู้ของครูประจำชั้นไม่เกิน 18 คะแนน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบวัดความมานะอุตสาหะตามการรับรู้ของนักเรียน แบบวัดความมานะอุตสาหะของนักเรียนตามการรับรู้ของครูประจำชั้น และแบบสอบถามข้อมูลส่วนตัวของการอบรมเลี้ยงดู วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบเพิ่มตัวแปร ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า 1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมีความสัมพันธ์ทางบวกกับความมานะอุตสาหะในระดับสูงสุด (r = .8128) รองลงมาคือ ความมุ่งหวังในการศึกษาต่อของนักเรียน (r = .5384) การอบรมเลี้ยงดูแบบประชาธิปไตย (r = .4895) การศึกษาของบิดา (r = .3783) ความมุ่งหวังให้นักเรียนศึกษาต่อของผู้ปกครอง (r = .3085) การศึกษาของมารดา (r = .3188) นักเรียนไทยเชื้อสายจีน (r = .1791) และเพศ (r = .1770) ส่วนตัวแปรที่มีความสัมพันธ์ทางลบกับความมานะอุตสาหะ ได้แก่การอบรมเลี้ยงดูแบบปล่อยปละ ละ เลย ( r = -.3577) และการอบรมเลี้ยงดูแบบเข้มงวดกวดขัน (r = -.2489) อายุของนักเรียน ( r = -.1065) และนักเรียนไทยเชื้อชายไทย (r = -.1542) 2. กลุ่มตัวทำนายที่สามารถร่วมกันทำนายความมานะอุตสาหะได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 มี 3 ตัว เรียงลำดับความสำคัญในการทำนายจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (v03) (B = .691) การอบรมเลี้ยงดูแบบประชาธิปไตย (v09) (B = .143) และความมุ่งหวังในการศึกษาต่อของนักเรียน (v12) (B = .103) สามารถร่วมกันอธิบายความแปรปรวนของความมานะอุตสาหะได้ร้อยละ 68.71 (R2 = .6871) และมีสมการในรูปคะแนนมาตรฐานดังนี้ indusz = .691*V03z + .143*V09z = .103*V12z

บรรณานุกรม :
วันเพ็ญ เถาสมบัติ . (2536). การศึกษาองค์ประกอบที่มีผลต่อความมานะอุตสาหะของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กรุงเทพมหานคร.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วันเพ็ญ เถาสมบัติ . 2536. "การศึกษาองค์ประกอบที่มีผลต่อความมานะอุตสาหะของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กรุงเทพมหานคร".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วันเพ็ญ เถาสมบัติ . "การศึกษาองค์ประกอบที่มีผลต่อความมานะอุตสาหะของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กรุงเทพมหานคร."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2536. Print.
วันเพ็ญ เถาสมบัติ . การศึกษาองค์ประกอบที่มีผลต่อความมานะอุตสาหะของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2536.