ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปัจจัยที่มีผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานที่เข้าร่วมโครงการDM Type2 Pathway

หน่วยงาน ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปัจจัยที่มีผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานที่เข้าร่วมโครงการDM Type2 Pathway
นักวิจัย : พรรณี ส่งสาย
คำค้น : เบาหวาน , การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
หน่วยงาน : ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2557
อ้างอิง : http://www.bangkokhealth.com/research/index.php/Product/detail/4
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ผลการศึกษา พบว่ากลุ่มที่ศึกษาเป็นเพศชายร้อยละ 64.4 มีอายุเฉลี่ย 53.7?11.5 ปี และมีค่าเฉลี่ยHbA1c ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ (p < 0.01) จาก 9.6 ? 2.0%เมื่อเริ่มเข้า Pathway เป็น 7.6 ? 1.6% หลังจากอยู่ใน Pathway หนึ่งปี เมื่อนำปัจจัยที่เกี่ยวข้องมาหาความสัมพันธ์กับ HbA1c หลังเข้าPathway พบว่าการใช้เครื่องตรวจน้ำตาลด้วยตนเองมีความสัมพันธ์กับการลดลงของ HbA1c อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(p<0.01) ส่วนปัจจัยอื่นๆได้แก่ การออกกำลังกาย การไม่เกิดปัญหาจากการใช้ยา(Drug related problems (DRPs)ถึงแม้ว่าจะไม่พบความสัมพันธ์ทางสถติ แต่พบว่า ผู้ป่วยที่ออกกำลังกาย มีผล HbA1C ลดลงมากกว่าผู้ป่วยที่ไม่ออกกำลังกาย ทีมผู้วิจัยจะนำผลดังกล่าวไปใช้ประโยชน์โดยการส่งเสริมให้ผู้เป็นเบาหวานทุกคนได้มีการประเมินระดับน้ำตาลด้วยตนเอง เพื่อให้สามารถปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายได้อย่างเหมาะสมต่อไป

บรรณานุกรม :
พรรณี ส่งสาย . (2557). ปัจจัยที่มีผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานที่เข้าร่วมโครงการDM Type2 Pathway.
    กรุงเทพมหานคร : ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ.
พรรณี ส่งสาย . 2557. "ปัจจัยที่มีผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานที่เข้าร่วมโครงการDM Type2 Pathway".
    กรุงเทพมหานคร : ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ.
พรรณี ส่งสาย . "ปัจจัยที่มีผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานที่เข้าร่วมโครงการDM Type2 Pathway."
    กรุงเทพมหานคร : ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ, 2557. Print.
พรรณี ส่งสาย . ปัจจัยที่มีผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานที่เข้าร่วมโครงการDM Type2 Pathway. กรุงเทพมหานคร : ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ; 2557.