ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

เทคนิคโฟลอินเจคชั่นอย่างง่ายสำหรับการตรวจวัดปริมาณตะกั่ว

หน่วยงาน ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : เทคนิคโฟลอินเจคชั่นอย่างง่ายสำหรับการตรวจวัดปริมาณตะกั่ว
นักวิจัย : สายสุนีย์ เหลียวเรืองรัตน์
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : -
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :



งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์หาปริมาณตะกั่ว (II) โดยเปรียบเทียบวิธีสเปคโทรโฟ
โทเมตริกซึ่งเป็นวิธีแบบดั้งเดิมกับวิธีที่ได้พัฒนาขึ้นคือ วิธีโฟลอินเจคชันอะนาไลซีส (Flow
Injection Analysis; FIA) ซึ่งมีความไวต่อการวิเคราะห์ มีความถูกต้องและแม่นยำ มากกว่าวิธีแบบ
ดั้งเดิม รวมทั้งมีการใช้ เครื่องมือที่มีราคาถูก และใช้สารตัวอย่างปริมาณน้อย สารละลายผสม
ระหว่างสารละลายไดไธโซน สารละลายโซเดียมโดดีซิลซัลเฟตและสารละลายกรดซัลฟูริก เมื่อทำ
ปฏิกิริยากับสารละลายตะกั่ว จะให้สารละลายสีน้ำเงินซึ่งดูดกลืนคลื่นแสงที่ความยาวคลื่นที่ 500
นาโนเมตร และถูกนำมาใช้ในการศึกษาเพื่อหาสภาวะที่เหมาะสมรวมทั้งเปรียบเทียบกับวิธี
วิเคราะห์มาตรฐาน
วิธีสเปคโทรโฟโทเมตริก จะได้กราฟมาตรฐานในช่วงความเข้มข้น 2.0–15.0 ?g ml-1โดยมี
ค่าสัมประสิทธิ์ความเป็นเส้นตรงเท่ากับ 0.9985 ตัวทำละลายของสารละลายไดไธโซนที่เหมาะสม
คือ สารละลาย 75 % เอทธานอล อัตราส่วนที่เหมาะสมของสารละลายผสม Dithizone: SDS: H2SO4
คือ 1: 5: 3 และความเข้มข้นที่เหมาะสมของสารละลายทั้ง 3 ชนิด คือ 0.0025 % (w/v), 0.8 และ
0.75 โมลต่อลิตร ตามลำดับ ลำดับในการผสม คือ Dithizone, H2SO4 และ Sodium Dodecyl
Sulfate ตามลำดับ ค่าความเข้มข้นของสารที่ต่ำสุดที่สามารถตรวจพบและสามารถตรวจวัดปริมาณ
ได้ เท่ากับ 0.39 ?g ml-1 และ 1.30 ?g ml-1 ตามลำดับ ได้เปอร์เซ็นต์ร้อยละการวิเคราะห์แบบ
ย้อนกลับของตะกั่วเท่ากับ 97.00 – 110.50 %
การวิเคราะห์โดยวิธีโฟลอินเจคชั่นอะนาไลซีส ใช้การวัดที่ความยาวคลื่น 500 นาโนเมตร
จะได้กราฟมาตรฐานที่มีความเป็นเส้นตรงอยู่ในช่วง 1.0-12.0 ?g ml-1 โดยที่มีค่าสัมประสิทธิ์ความ
เป็นเส้นตรงเท่ากับ 0.9981 ความเข้มข้นที่เหมาะสมของสารละลาย H2SO4, Sodium Dodecyl
Sulfate และ Dithizone คือ 0.75, 0.4 โมลต่อลิตร และ 0.0025 % (w/v) ตามลำดับ ความยาวท่อที่
ใช้ในการผสมสารมีด้วยกัน 2 ตัว คือ MC 1 และMC 2 ค่าที่เหมาะสมในการวิเคราะห์ คือ ความยาว
100 และ 150 cm ตามลำดับ อัตราการไหลของตัวทำละลายทั้ง 3 ตัวคือ H2SO4, Sodium Dodecyl
Sulfate และ Dithizone มีค่าที่เหมาะสมเท่ากับ 2.0, 2.0 และ 1.5 มิลลิลิตรต่อนาที ตามลำดับ และ
ปริมาตรของสารตัวอย่างที่ใช้ คือ 150 ?l ค่าความเข้มข้นของสารที่ต่ำสุดที่สามารถตรวจพบและ
สามารถตรวจวัดปริมาณได้ เท่ากับ 0.027 ?g ml-1 และ 0.090 ?g ml-1 ตามลำดับ ได้เปอร์เซ็นต์
ร้อยละการวิเคราะห์แบบย้อนกลับของตะกั่ว เท่ากับ 97.25 – 106.00 % การศึกษาผลรบกวน
พบว่าจากการเติมไอออนเข้าไปไม่มีผลรบกวนต่อการวิเคราะห์ ภายใต้สภาวะที่เหมาะสมการ
เปรียบเทียบการวิเคราะห์กับวิธีมาตรฐานให้ผลการวิเคราะห์ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ที่
ระดับความเชื่อมั่น 95 % จากผลการศึกษาครั้งนี้สรุปได้ว่า วิธีโฟลอินเจคชันอะนาไลซีสที่ถูก
พัฒนาขึ้นนี้ เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการนำมาวิเคราะห์หาปริมาณโลหะตะกั่วได้


บรรณานุกรม :
สายสุนีย์ เหลียวเรืองรัตน์ . (2552). เทคนิคโฟลอินเจคชั่นอย่างง่ายสำหรับการตรวจวัดปริมาณตะกั่ว.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
สายสุนีย์ เหลียวเรืองรัตน์ . 2552. "เทคนิคโฟลอินเจคชั่นอย่างง่ายสำหรับการตรวจวัดปริมาณตะกั่ว".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
สายสุนีย์ เหลียวเรืองรัตน์ . "เทคนิคโฟลอินเจคชั่นอย่างง่ายสำหรับการตรวจวัดปริมาณตะกั่ว."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 2552. Print.
สายสุนีย์ เหลียวเรืองรัตน์ . เทคนิคโฟลอินเจคชั่นอย่างง่ายสำหรับการตรวจวัดปริมาณตะกั่ว. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; 2552.