| ชื่อเรื่อง | : | โครงการกำกับ ติดตาม และประเมินผลภายนอก ภายใต้โครงการเวทีสัญจรชวนทำหนังสั้นคนพิการ และการจัดประชุมสังเคราะห์บทเรียนเพื่อก้าวต่อไปอย่างมีทิศทาง , Monitoring & Evaluation on disability short film project and disability conference |
| นักวิจัย | : | เกศินี จุฑาวิจิตร , บรรดล สุขปิติ , ณัชชา ศิรินธนาธร , ดวงดาว รุ่งเจริญเกียรติ , ธนปพน ภูสุวรรณ , เกตุจลินท์ วรรณทอง , พรประภา รัตนแดง |
| คำค้น | : | การส่งเสริมสุขภาพ , คนพิการ , โครงการเวทีสัญจร ชวนทำหนังสั้นคนพิการและการจัดประชุมสังเคราะห์บทเรียนเพื่อก้าวต่อไปอย่างมีทิศทาง--ประเมิน , การทำหนังสั้นคนพิการ , คุณภาพชีวิต , การสื่อสารสุขภาพ |
| หน่วยงาน | : | สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข |
| ผู้ร่วมงาน | : | มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม , มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม , มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม , มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม , มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม , มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม , มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม |
| ปีพิมพ์ | : | 2551 |
| อ้างอิง | : | hs1446 , http://hdl.handle.net/11228/2275 , WA590 ก774ค 2551 , 48ข048-7 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | ไทย |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | เป็นที่ทราบกันดีว่านับตั้งแต่แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 8 (2540-2545) เป็นต้นมา การพัฒนาได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนหรือเน้นคนเป็นศูนย์กลางมากขึ้น การมีสุขภาวะที่ดีของประชาชน ถือเป็นวาระแห่งชาติที่ได้รับการขานรับจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมและสื่อมวลชนอย่างกว้างขวาง การสร้างความตระหนักต่อปัญหาสุขภาพ และการสื่อสารสุขภาพเป็นมาตรการหนึ่งที่หลายฝ่ายได้พยายามกระทำมาโดยตลอดเพื่อให้ประชาชนและชุมชนมีสุขภาวะที่ดีและสามารถพึ่งตนเองทางด้านสุขภาพได้ “คนพิการ” เป็นประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งในสังคมที่จะต้องได้รับสิทธิในการเข้าถึงการมีสุขภาพภาวะที่ดีและการพึ่งตนเองทางสุขภาพเช่นเดียวกับคนทั่วไปจากการสำรวจความพิการเมื่อปี พ.ศ. 2550 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า ประเทศไทยมีผู้พิการราว 1.9 ล้านคน หรือร้อยละ 2.9 ของประชากร 65.5 ล้านคน ทว่าสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ มีผู้พิการมาขึ้นทะเบียนกับสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเพียง 693,594 8 คน นั่นหมายความว่า คนพิการจำนวนกว่า 1 ล้านคน ยังไม่ได้รับการคุ้มครองและไม่ได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานอันควรได้รับ เช่น สิทธิในการรับการรักษาพยาบาล โอกาสทางการศึกษาและการรับรู้ข่าวสาร เป็นต้น ปัจจัยที่ทำให้ผู้พิการไม่แสดงตนและขึ้นทะเบียนกับสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการนี้อาจมีหลายปัจจัย แต่ปัจจัยหลักปัจจัยหนึ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้ ก็คือ มุมมองและทัศนคติของสังคมต่อคนพิการ การสร้างเสริมสุขภาพคนพิการจำเป็นที่จะต้องเริ่มจากการทำให้สังคมเปลี่ยนมุมมองต่อคนพิการ จากเดิมที่เห็นว่าเป็น “ภาระของสังคม”ให้เป็น “พลังของสังคม” ยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงนี้ คือ การสร้างการรับรู้ ความรู้ ความเข้าใจใหม่ต่อคนพิการ ความพิการและนำความรู้ ความเข้าใจดังกล่าวมาใช้ในการสื่อสารต่อสังคม อันจะนำไปสู่การมีสุขภาวะที่ดีถ้วนหน้าในที่สุด แผนงานสร้างเสริมสุขภาพคนพิการในสังคมไทย (สสพ.) ตระหนักถึงความสำคัญของการสื่อสารเรื่องราวของคนพิการและความพิการสู่สังคม เพื่อเปลี่ยนวิธีคิดและมุมมอง จึงได้ร่วมกับบริษัทไบโอสโคป พลัส จำกัด ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ศูนย์ศิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) จัดทำ”โครงการเวทีสัญจร ชวนทำหนังสั้นคนพิการและการจัดประชุมสังเคราะห์บทเรียนเพื่อก้าวต่อไปอย่างมีทิศทาง” ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ 4 ประการ คือ 1) เพื่อเป็นเวทีที่นำเสนอ แลกเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมองต่อคนพิการ 2) เพื่อเชิญชวนนักศึกษา บุคคลทั่วไป และคนพิการร่วมส่งผลงานเข้าประกวดหนังสั้นประสบการณ์คนพิการ 3) เพื่อพัฒนานักศึกษา บุคคลทั่วไปและคนพิการให้มีความสามารถในการผลิตหนังสั้น และ 4) เพื่อนำหนังสั้นที่ผลิตนำเสนอในการประชุม “สังเคราะห์บทเรียนเพื่อก้าวต่อไปอย่างมีทิศทาง” ทั้งกิจกรรมสำคัญๆ ของโครงการ ประกอบด้วย การจัดเวทีสัญจรชวนทำหนังสั้น การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการการทำหนังสั้นและการจัดประชุมสังเคราะห์บทเรียนเพื่อก้าวต่อไปอย่างมีทิศทาง โครงการกำกับ ติดตามและประเมินผลภายนอก ภายใต้ “โครงการเวทีสัญจร ชวนทำหนังสั้นคนพิการและการจัดประชุมสังเคราะห์บทเรียนเพื่อก้าวต่อไปอย่างมีทิศทาง” เป็นงานอีกส่วนหนึ่งที่ได้ดำเนินไปพร้อมกับการดำเนินงานของโครงการ โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญอยู่ที่การกำกับ ดูแล ติดตามความก้าวหน้า และประเมินผลโครงการทั้งในเชิงประสิทธิภาพ (efficiency) ประสิทธิผล (effectiveness) ผลผลิต (output) และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลลัพธ์ (outcome) การกำกับ ติดตามและประเมินผลนี้ เป็นการประเมินแบบกัลยาณมิตรบนพื้นฐานความเชื่อว่า แผนงานสร้างเสริมสุขภาพคนพิการในสังคมไทยและบริษัท ไบโอสโคป พลัส จำกัด ต่างก็มีความปรารถนาดีและตั้งใจที่จะทำงานดังกล่าวให้สำเร็จอย่างมีทั้งประสิทธิผลและประสิทธิภาพ ดังนั้นการแนะนำแบบกัลยาณมิตรจึงน่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย สำหรับวิธีการประเมินนั้น ใช้การสำรวจความคิดเห็นของบุคคลทั่วไปที่เข้าร่วมงาน การสังเกตการณ์การจัดงานแบบมีส่วนร่วมและไม่มีส่วนร่วม และการสัมภาษณ์หรือพูดคุยกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้ง 3 ฝ่าย ได้แก่ ผู้จัดงาน (เจ้าหน้าที่ไบโอสโคปและเจ้าหน้าที่แผนงานสร้างเสริมสุขภาพคนพิการในสังคมไทย) ผู้เข้าชมงานและร่วมการเสวนา และผู้สนับสนุน เช่น ผู้รับผิดชอบหรือเจ้าของพื้นที่ที่ใช้เป็นเวทีการจัดงาน จากการประเมินโครงการในเชิงผลผลิต ผลลัพธ์และผลกระทบ ประมวลได้ว่า โดยภาพรวมเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จในระดับทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ กล่าวคือ กิจกรรมย่อยทุกกิจกรรมดำเนินไปตามแผนที่กำหนด โดยมีการปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์ และปรับปรุงแก้ไขในส่วนที่บกพร่องอย่างทันต่อสถานการณ์ ผู้เข้าร่วมกิจกรมย่อมมีความหลากหลาย ซึ่งหลังจากการจัดเวทีสัญจรแล้ว มีผู้สนใจส่งผลงานเข้าร่วมประกวด 303 คน เรื่องสั้นที่เข้ารอบสุดท้ายมีจำนวนทั้งสิ้น 5 เรื่อง คือ ความหมายของบอย ของเกศสุดา สวนแก้ว, เด็กในสนาม ของสุธี เหรียญถาวรจิต และชุติพงษ์ เลิศบุญช่วยกุล, ระหว่างทาง ของมนต์ศักดดิ์ ชัยวีระเดช, เก็บยิ้ม ของ โสภณ ฉิมจินดา, In the music box ของ พนิช งามนิยม เจ้าของผลงานทั้งหมดได้เข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการและสามารผลิตหนังสั้นได้ยอย่างสมบูรณ์ ส่วนการสำรวจความคิดเห็นของคนทั่วไปที่เข้าร่วมการประชุมสังเคราะห์บทเรียนเพื่อก้าวต่อไปอย่างมีทิศทางนั้น คนส่วนใหญ่เห็นว่า ภาพยนตร์เป็นสื่อที่สร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับคนพิการและความพิการได้ในระดับมาก รองลงมาคือ การประชุมเสวนา, หนังสือหรือเอกสารที่แจกในงาน และนิทรรศการ สรุปได้ว่าภาพยานตร์ เป็นสื่อที่น่าสนใจทั้งในสายตาของคนทั่วไปและในสายตาของสื่อมวลชนที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวของคนพิการ ได้อย่างชัดเจน ยิ่งเมื่อมีการเสวนาประกอบด้วย ก็ยิ่งทำให้มีพลังในการสื่อสารมากขึ้น นอกจากนี้ภาพยนตร์ยังเป็นจุดเชื่อมสำคัญของคนทั่วไปที่รักการชมภาพยนตร์ (รวทั้งการผลิต การสร้างและการกำกับ) กับคนที่สนใจเรื่องคนพิการและความพิการในสังคมไทย จึงทำให้เกิดการหลอมรวม เชื่อมโยงและบูรณาการทางความคิดของคนทั้งสองประเภทดังกล่าว การที่แผนงานสร้างเสริมสุขภาพคนพิการในสังคมไทยจะสานต่อเรื่องนี้ นับเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ควรมีเป้าหมายที่ชัดเจนทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยการประกวดในแต่ละปีนั้น ควรจะต้องเปลี่ยนหัวข้อหลัก (theme) ให้สอดคล้องกับประเด็นที่แผนงานฯ ต้องการรณรงค์ ข้อดีประการหนึ่งของการจัดงานประกวดเป็นประจำ ในช่วงเวลาเดียวกันของทุกปี คือการสร้างเครดิตและความเป็น authority ให้กับแผนงานเอง ทั้งยังเป็นสร้างการรับรู้และความท้าทายให้แก่นักศึกษาในวงการการสื่อสารที่จะต้องส่งผลงานเข้าร่วม สำหรับเรื่องเงินรางวัล คิดว่าแต่ละรางวัลไม่จำเป็นต้องเป็นเงินจำนวนมาก แต่ควรแสดงให้เห็นว่าเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่และมีคุณค่าในความรู้สึก ส่วนบทเรียนสำคัญประการหนึ่งสำหรับการจัดงานครั้งต่อไป คือ การที่จะต้องเน้นการประชาสัมพันธ์ใน “เวทีสัญจร” ให้มากขึ้น โดยการประสานงานกับเจ้าของพื้นที่อย่างใกล้ชิดและพยายามสร้างเครือข่ายนักวิชาการ และนักวิจารณ์ภาพยนตร์ให้กว้างขวาง เพื่อให้แต่ละเวทีมีสีสันที่แตกต่างกัน ส่วนการคัดเลือกบทและการตัดสินภาพยนตร์ก็ไม่ควรถูกจำกัดอยู่ในกลุ่มคนจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ ในเชิงการบริหารจัดการแล้ว ถ้าได้มีการสรุปบทเรียนที่ผ่านมาเอย่างเป็นระบบ ก็น่าจะทำให้การจัดงานครั้งต่อไปมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การให้ประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วมในการกำหนดรางวัล “ขวัญใจมหาชน” สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), ศูนย์สิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.), อุทยานการเรียนรู้ (TK Park) |
| บรรณานุกรม | : |
เกศินี จุฑาวิจิตร , บรรดล สุขปิติ , ณัชชา ศิรินธนาธร , ดวงดาว รุ่งเจริญเกียรติ , ธนปพน ภูสุวรรณ , เกตุจลินท์ วรรณทอง , พรประภา รัตนแดง . (). .
: . เกศินี จุฑาวิจิตร , บรรดล สุขปิติ , ณัชชา ศิรินธนาธร , ดวงดาว รุ่งเจริญเกียรติ , ธนปพน ภูสุวรรณ , เกตุจลินท์ วรรณทอง , พรประภา รัตนแดง . . "".
: . เกศินี จุฑาวิจิตร , บรรดล สุขปิติ , ณัชชา ศิรินธนาธร , ดวงดาว รุ่งเจริญเกียรติ , ธนปพน ภูสุวรรณ , เกตุจลินท์ วรรณทอง , พรประภา รัตนแดง . "."
: , . Print. |
