ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : บทสังเคราะห์การศึกษาและพัฒนารูปแบบการมีส่วนร่วมในการจัดการสุขภาพของชุมชนในพื้นที่จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส
นักวิจัย : นวลตา อาภาคัพภะกุล
คำค้น : การส่งเสริมสุขภาพ , ระบบสุขภาพชุมชน
หน่วยงาน : สถาบันวิจัยระบบสุขภาพ ภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ผู้ร่วมงาน : มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : hs1663 , http://hdl.handle.net/11228/2896 , WA546 น318บ 2552 , 51-070
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : นราธิวาส , ปัตตานี , ยะลา
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

สถาบันวิจัยระบบสุขภาพ ภาคใต้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีภาระกิจในการส่งสริมให้เกิดงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสุขภาวะของประชาชนใน 14 จังหวัดภาคใต้ โดยมีการจัดทำโครงการทั้งในรูปแบบการพัฒนาบุคลากรในพื้นที่เพื่อกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาศักยภาพด้านการวิจัยเชิงระบบ และการวิจัยกระบวนการทำงาน ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมองค์กรอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเช่น องค์กรด้านการศึกษา เกษตรและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีการทำงานร่วมกันเป็น "องค์รวมและบูรณาการ" อย่างแท้จริง โดยไม่เลือกกลุ่มวิชาชีพ หรือ ชาติพันธุ์ โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดน ที่เป็นพื้นที่ "พหุวัฒนธรรม" ที่มีบริบทของ "อัตลักษณ์" ของประชาชรส่วนใหญ่ที่เป็นผู้นับถือศาสนาอิสลามที่มีความจำเพาะและต้องทำความเข้าใจ เพื่อลดความขัดแย้งที่คงอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดน จนกลายเป็นพื้นที่ "พิเศษ" ที่ต้องการความร่วมมือของหลายภาคส่วนในการพัฒนาสุขภาพอนามัยของคนในพื้นที่โดยมีความร่วมมือของนักวิชาการ ประชาสังคม สาธารณสุข และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และที่ผ่านมา สวรส ภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาสุขภาพในพื้นที่จึงได้สนับสนุนให้มีการศึกษาเรื่อง การจัดการสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน/สถาบันปอเนาะ ( 2551) จากรายงานการศึกษา 335 โรงเรียน ในพื้นที่จังหวัด ปัตตานี จำนวน 192 โรงเรียน จังหวัดนราธิวาส จำนวน 83 โรงเรียนและ จังหวัดยะลา จำนวน 60 โรงเรียน ทั้งนี้ผู้วิจัยมุ่งเน้นศึกษา เรื่องสิ่งแวดล้อมทางกายภาพแต่ยังไม่ได้เชื่อมโยงถึงปัญหาสุขภาพและสรุปว่า โรงเรียนสอนศาสนาร้อยละ 60 มีปัญหาเรื่อง การจัดการขยะ โดยส่วนใหญ่คิดว่าพื้นที่ของตนยังขาดงบประมาณในการดำเนินงาน (29.41%) รองลงมาคือ การขาดทักษะความรู้ในการดำเนินงาน (10.78%) และการไม่ได้รับการสนับสนุนจากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (7.19%) ตามลำดับ ความคิดเห็นต่อแนวทางในการแก้ปัญหา โรงเรียน /สถาบันศึกษาปอเนาะมีความต้องการของบประมาณเพิ่มเติม (29.08%) เพื่อแก้ปัญหาการจัดการขยะมากที่สุด รองลงมา คือ การให้ความรู้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง (10.78%) และการขอรับการสนับสนุนจาก อบต. (7.19 %) ตามลำดับ นอกจากนี้ยังพบปัญหาการจัดการน้ำ ที่พบว่าส่วนใหญ่ยังใช้น้ำบ่อตื้นมีโรงเรียน 133 จาก 335 แห่ง ที่จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุง นอกจากนี้ในเรื่องส้วม ห้องน้ำห้องส้วม มี 20 แห่งจาก 335 แห่ง ที่มีห้องน้ำห้องส้วมอยู่ในระดับดี และถูกสุขลักษณะ มีอีก 166 ที่ขาดแคลนห้องน้ำห้องส้วม ด้านสถานการณ์การจัดหอพัก พบว่า มีเพียง 28 แห่งที่มีการจัดการหอพักที่ดี และมีเพียง 8 แห่งที่ถูกสุขลักษณะ โรงเรียนเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน แต่อาจจะด้วยความไม่เข้าใจถึงบทบาทของพื้นที่หรือกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องทำให้โรงเรียนปอเนาะเหมือนถูก “ทิ้ง” ให้แก้ปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นเอง การขาดการติดต่อและร่วมแก้ไขปัญหาจึงยิ่งทำให้เกิดความรู้สึกห่างเหิน ไม่เกิดความร่วมมืออย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังอาจมีผลมาจาก นักเรียนที่เรียนในโรงเรียนปอเนาะส่วนหนึ่งมาจากนอกพื้นที่ ทำให้เจ้าของพื้นที่ขาดความรู้สึกผูกพันและขาดการมีส่วนร่วม จากผลการศึกษาดังกล่าว นำมาสู่แนวทางในการจัดทำโครงการวิจัยและพัฒนา การศึกษาและพัฒนารูปแบบการมีส่วนร่วมในการจัดการสุขภาพของชุมชนในพื้นที่จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส กำหนดวัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อ 1. ศึกษากระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาเครือข่ายการจัดการสุขภาพชุมชนในสถาบันศึกษาปอเนาะ/โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามแบบมีส่วนร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลและสถานีอนามัย 2.พัฒนารูปแบบการจัดการสุขภาพชุมชนในสถาบันศึกษาปอเนาะ/โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในประเด็นการจัดการขยะ การจัดการน้ำดื่มน้ำใช้ การจัดการสุขอนามัยห้องส้วม และการจัดการหอพักโดยการปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม และ 3.พัฒนาแนวทางการส่งเสริมขยายผลการนำรูปแบบการจัดการสุขภาพชุมชนในสถาบันศึกษาปอเนาะ/โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ในประเด็นการจัดการขยะ การจัดการน้ำดื่มน้ำใช้ การจัดการ โดยมี พื้นทีศึกษา คือ โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามที่เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 7 แห่ง โดยกระจายอยู่ทั้ง 3 จังหวัด ดังนี้ คือ จังหวัดนราธิวาส 2 แห่ง ปัตตานี 2 แห่ง และยะลา 3 แห่ง โดยกำหนดคุณสมบัติ คือ 1) ต้องมีความต้องการเข้าร่วมโครงการการจัดการสุขภาพของสถาบันศึกษาปอเนาะ/ โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในพื้นที่ เพราะเป็นพื้นที่ปฏิบัติการหลักในการจัดการสุขภาพชุมชนแบบมีส่วนร่วม 2)ความสัมพันธ์ขั้นพื้นฐานของแต่ละภาคีในพื้นที่ ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติการดำเนินวิจัย และ3). ศักยภาพในการขับเคลื่อนการจัดการสุขภาพสู่ชุมชนของแต่ละภาคี

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข,สถาบันวิจัยระบบสุขภาพ ภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

บรรณานุกรม :