| ชื่อเรื่อง | : | การเลือกปฏิบัติต่อคนพิการ เด็ก ผู้หญิง และผู้สูงอายุ |
| นักวิจัย | : | อนรรฆ พิทักษ์ธานิน , มนทกานต์ ฉิมมามี , ปุณณฑรีย์ เจียวิริยบุญญา |
| คำค้น | : | ความเท่าเทียม , ความเป็นธรรม , การเลือกปฏิบัติ , ผู้พิการ , ผู้สูงอายุ , ผู้หญิง , เด็ก |
| หน่วยงาน | : | สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข |
| ผู้ร่วมงาน | : | สรชัย จำเนียรดำรงการ , นักวิจัยอิสระ , นักวิจัยอิสระ , มหาวิทยาลัยนครพนม.คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ , นักวิจัยอิสระ |
| ปีพิมพ์ | : | 2556 |
| อ้างอิง | : | 9789742992132 , hs2085 , http://hdl.handle.net/11228/3914 , HX100 อ162ก 2556 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติต่อคนพิการ เด็ก ผู้หญิง และผู้สูงอายุ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ หนึ่ง ทบทวนนิยาม มโนทัศน์ และแนวคิดทางสังคม ที่อยู่เบื้องหลังข้อตกลงระหว่างประเทศและกฎหมายของต่างประเทศรวมถึงประเทศ ในภูมิภาคที่เกี่ยวกับการต่อต้านการเลือกปฏิบัติต่อคนพิการ เด็ก ผู้หญิงและผู้สูงอายุ ซึ่งมีผลบังคับใช้ในปัจจุบัน สอง ศึกษาสถานการณ์ปัญหาการเลือกปฏิบัติในสังคมไทย รวมถึงการศึกษาเชิงลึกกรณีการเลือกปฏิบัติในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย สาม ทบทวนและ วิเคราะห์กฎหมายและข้อตกลงในปัจจุบันที่เกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติในแต่ละกลุ่ม เป้าหมายของประเทศไทยและในประเทศภูมิภาค ASEAN ที่มีการต่อต้านการเลือกปฏิบัติ รวมถึงทบทวนกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติที่อยู่ระหว่างการแก้ไขเพิ่มเติม และ สี่ เปรียบเทียบประสิทธิผลของการบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการเลือกปฏิบัติระหว่างใน กลุ่มประเทศยุโรปและอเมริกาเหนือกับในประเทศไทย ภายหลังการทบทวนภาพรวมของประเด็นทางกฎหมายและการบังคับใช้ กฎหมายเกี่ยวกับการขจัดการเลือกปฏิบัติฯต่อกลุ่มคนพิการ เด็ก ผู้หญิงและผู้สูงอายุ โดยสังเขปแล้ว สามารถจำแนกข้อค้นพบได้ดังต่อไปนี้ หนึ่ง การขจัดการเลือกปฏิบัติฯ ต่อทุกกลุ่มคนทั้งทางตรงและทางอ้อมเป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจและให้ความสำคัญจาก ทั้งองค์กรระหว่างประเทศ องค์กรระดับภูมิภาค และประเทศในยุโรป อเมริกาเหนือและ เอเชียบางส่วนที่ได้มีการผลักดันและขับเคลื่อนการขจัดการเลือกปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม สอง ประเด็นการขจัดการเลือกปฏิบัติฯ ในประเทศไทยเป็นสิ่งที่ได้รับการระบุไว้ทั้งใน รัฐธรรมนูญ และกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิและการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของแต่ละกลุ่มคน อย่างน้อยตั้งแต่พุทธทศวรรษ 2540 รวมถึงมีเป้าประสงค์และกรอบคิดที่สอดคล้องกับ องค์กรระหว่างประเทศและต่างประเทศที่มีการดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม ไม่ปรากฏว่ามีการหยิบยกการขจัดการเลือกปฏิบัติฯ เป็นประเด็นหลัก ของกฎหมายแต่อย่างใด สาม ปัญหาและอุปสรรคสำคัญของการขจัดการเลือกปฏิบัติ ในสังคมไทย ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการบังคับใช้กฎหมายที่ยังไม่ครอบคลุมและมี ประสิทธิภาพมากพอ ทั้งนี้สาเหตุดังกล่าวมีพื้นฐานสำคัญมาจากการที่คนส่วนใหญ่และ ผู้บังคับใช้กฎหมายในสังคมไทยยังไม่มีความตระหนักเกี่ยวกับความเท่าเทียมและ การขจัดการเลือกปฏิบัติมากเพียงพอ และสี่ ประเทศไทยยังขาดการบูรณาการประเด็น ของการขจัดการเลือกปฏิบัติระหว่างกลุ่มคนต่างๆ และการผลักดันประเด็นการขจัดการ เลือกปฏิบัติตามบทบัญญัติทางกฎหมาย ยังอยู่ในหน่วยงานของทางราชการเป็นสำคัญ มิได้มีลักษณะของการผลักดันผ่านองค์กรอิสระเฉกเช่นในต่างประเทศ จากข้อค้นพบในการทบทวนภาพรวมโดยสังเขปดังกล่าว ผู้วิจัยมีความเห็น เสนอแนะเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาและผลักดันการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อไป ในอนาคตใน 3 ประการหลัก คือ ประการแรก ควรมีการผลักดันการสร้างทัศนคติ ในทางบวกและความตระหนักของสังคมต่อการขจัดการเลือกปฏิบัติ ประการที่สอง ควรมีการสร้างกลไกเพื่อบูรณาการประเด็นที่คาบเกี่ยวในแต่ละกลุ่มคน และประการที่สาม ควรมีการสนับสนุนการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการขจัดการเลือกปฏิบัติอย่างครอบคลุม สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข |
| บรรณานุกรม | : |
|
