ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แนวทางการพัฒนาระบบการอบรมวิชาชีพทดแทนการสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพระดับภาคีสถาปนิกสาขาสถาปัตยกรรมหลัก

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แนวทางการพัฒนาระบบการอบรมวิชาชีพทดแทนการสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพระดับภาคีสถาปนิกสาขาสถาปัตยกรรมหลัก
นักวิจัย : ภิญโญ ธนาดิเรก
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ , ไตรวัฒน์ วิรยศิริ
ปีพิมพ์ : 2557
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/46576
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (สถ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557

การได้มาซึ่งใบอนุญาต สถาปนิกจะต้องมีความพร้อมด้านการปฏิบัติวิชาชีพ ซึ่งประกอบไปด้วยความรู้ที่ได้รับการรับรองและความพร้อมด้านทักษะที่จำเป็นต่อการทำงาน ช่วงหนึ่งสภาสถาปนิกเคยวางแนวทางใช้ระบบสถาปนิกฝึกหัด(IDP) และระบบพัฒนาวิชาชีพต่อเนื่อง(CPD) โดยที่ระบบ IDP นั้นมีปัญหาถึงความไม่พร้อมด้านต่างๆ ในขณะที่ระบบ CPD นั้นคือการจัดการความรู้ด้านวิชาชีพสำหรับสถาปนิก กลับเป็นระบบที่มีความเป็นไปได้และจำเป็นต่อมาตรฐานการปฏิบัติวิชาชีพในอนาคต การวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการนำส่วนหนึ่งของระบบ CPD ที่ว่าด้วยการจัดการความรู้มาพัฒนาในรูปแบบโครงการอบรมวิชาชีพในระดับภาคีสถาปนิก ซึ่งอาจพัฒนาเป็นแนวทางที่ทดแทนการสอบใบอนุญาตในปัจจุบัน โดยการวิจัยนั้นจะอาศัยข้อมูลจากเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการสัมภาษณ์สถาปนิกผู้ทรงคุณวุฒิ และการตอบแบบสอบถามกับกลุ่มสถาปนิกที่ผ่านการสอบใบอนุญาต ร่วมกับกลุ่มนักศึกษาในระดับปริญญาตรี จากการศึกษาพบว่า โครงการอบรมวิชาชีพระดับภาคีสถาปนิก เป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยพัฒนาความพร้อมด้านทักษะความรู้ให้สถาปนิกที่จะเข้าสู่วิชาชีพ แต่ต้องมีการคำนึงถึงประเด็นต่างๆ คือ 1. การบริหารจัดการโครงการจะต้องไม่เกิดผลกระทบด้าน ภาระเวลาและค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น 2. โครงการอบรมต้องจัดให้เกิดขึ้นทั่วทุกภูมิภาคและไม่เกิดภาระด้านการเดินทาง 3. ควรประชาสัมพันธ์ให้องค์กรวิชาชีพและผู้เกี่ยวข้องเห็นถึงถึงประโยชน์ในการจัดการอบรมถ่ายทอดความรู้ ข้อเสนอแนะในการวิจัยนี้คือ ควรส่งเสริมการจัดอบรมวิชาชีพระดับภาคีสถาปนิก ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ โดยองค์กรวิชาชีพที่มีศักยภาพในการดำเนินการ เมื่อการอบรมเกิดเป็นระบบที่มีความพร้อมในการบริหารจัดการมากขึ้น จึงสามารถพัฒนาเป็นแนวทางที่ทดแทนการสอบได้ โดยการบริหารจัดการนั้นจะต้องไม่ให้เกิดภาระด้านเวลา รวมถึงภาระด้านอื่นๆ ที่จะส่งผลกับการได้มาซึ่งใบอนุญาตเพื่อเข้าสู่วิชาชีพ

บรรณานุกรม :
ภิญโญ ธนาดิเรก . (2557). แนวทางการพัฒนาระบบการอบรมวิชาชีพทดแทนการสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพระดับภาคีสถาปนิกสาขาสถาปัตยกรรมหลัก.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ภิญโญ ธนาดิเรก . 2557. "แนวทางการพัฒนาระบบการอบรมวิชาชีพทดแทนการสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพระดับภาคีสถาปนิกสาขาสถาปัตยกรรมหลัก".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ภิญโญ ธนาดิเรก . "แนวทางการพัฒนาระบบการอบรมวิชาชีพทดแทนการสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพระดับภาคีสถาปนิกสาขาสถาปัตยกรรมหลัก."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557. Print.
ภิญโญ ธนาดิเรก . แนวทางการพัฒนาระบบการอบรมวิชาชีพทดแทนการสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพระดับภาคีสถาปนิกสาขาสถาปัตยกรรมหลัก. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2557.