| ชื่อเรื่อง | : | ผลของสารสกัดกวาวเครือขาว Pueraria mirifica ต่อเนื้อเยื่อกระดูกของกบนา Hoplobatrachus rugulosus ระยะโตเต็มวัย |
| นักวิจัย | : | ชัญญาพัชญ์ แสนเทศธัญวัฒน์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิทยาศาสตร์ , นพดล กิตนะ , วิเชฏฐ์ คนซื่อ |
| ปีพิมพ์ | : | 2557 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/45952 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ในปัจจุบันมีการศึกษาผลของสารสกัดหยาบกวาวเครือขาว Pueraria mirifica (PM) ต่อเนื้อเยื่อกระดูกของสัตว์เลือดอุ่นได้แก่ หนูและลิงเป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่พบการศึกษาในสัตว์เลือดเย็น การศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของสารสกัดหยาบกวาวเครือขาวต่ออัตราส่วนเพศ การเติบโต ปริมาณฮอร์โมนเอสโตรเจนและความหนาแน่นและเนื้อเยื่อกระดูกของกบนา Hoplobatrachus rugulosus โดยสกัดผงกวาวเครือขาวด้วย 95% เอทานอลด้วยวิธีซอกซ์เลต ซึ่งได้เปอร์เซ็นต์การสกัดเท่ากับร้อยละ 4.79 เมื่อนำไปวิเคราะห์ทางเคมีเพื่อหาปริมาณสารไฟโตเอสโตรเจนด้วยเครื่องโครมาโตกราฟีของเหลวสมรรถนะสูงและตรวจสอบฤทธิ์เชิงเอสโตรเจนด้วยวิธี vaginal cytology assay และ uterotrophic assay พบว่ามีสาร puerarin, daidzin, genistin, daidzein และ genistein ปริมาณ 7.49, 0.71, 0.56, 0.78 และ 0.00 มิลลิกรัมต่อสารสกัดหยาบ 100 กรัมตามลำดับ และมีฤทธิ์เชิงเอสโตรเจนต่อหนูแรทเพศเมียที่ตัดรังไข่ หลังจากนั้นนำสารสกัดหยาบกวาวเครือขาวเคลือบลงบนอาหารที่ใช้เลี้ยงกบนา 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม control, กลุ่ม positive control (E2), PM10 (10 ppm), PM100 (100 ppm) และ PM1000 (1000 ppm) ตั้งแต่ระยะเมตามอโฟซิสสมบูรณ์ (complete metamorphosis) จนอายุ 3 เดือนใน 2 ช่วงฤดูกาลคือในฤดูสืบพันธุ์ (เดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคม) และนอกฤดูสืบพันธุ์ (เดือนกันยายนถึงเดือนธันวาคม) ผลการศึกษาพบว่า 1) สารสกัดหยาบกวาวเครือขาวทำให้เกิดภาวะเพศกำกวม (intersex) ในกบนาทั้งในและนอกฤดูสืบพันธุ์ และทำให้น้ำหนักและความยาวจากปลายปากถึงรูทวารของกบนาเพศเมียในกลุ่ม PM100 ที่เลี้ยงในฤดูสืบพันธุ์มีค่าน้อยกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ยังมีผลทำให้ปริมาณฮอร์โมนเอสโตรเจนในกระแสเลือดของกบนาเพศเมียในกลุ่ม PM1000 มีค่ามากกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในฤดูสืบพันธุ์และปริมาณฮอร์โมนเอสโตรเจนในกระแสเลือดของกบนาเพศเมียในกลุ่ม PM100 นอกฤดูสืบพันธุ์มีค่าน้อยอย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นว่าสารสกัดหยาบกวาวเครือขาวสามารถกระตุ้นหรือยับยั้งให้มีการผลิตเอสโตรเจนภายในร่างกายจากแหล่งต่าง ๆ ให้มากขึ้นหรือน้อยลงได้ 2) สารสกัดหยาบกวาวเครือขาวมีผลอ่อนต่อความหนาแน่นกระดูก โดยพบว่า ความหนาแน่นของกระดูกต้นขาไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทั้งในและนอกฤดูสืบพันธุ์ ในขณะที่ความหนาแน่นของกระดูกปลายขาของกบนาเพศเมียในกลุ่ม PM10, PM100 และ PM1000 ที่ตำแหน่ง metaphysis มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเฉพาะในฤดูสืบพันธุ์ โดยพบว่าสารสกัดหยาบกวาวเครือขาวมีผลทำให้ความหนาแน่นกระดูกปลายขาของกบนาเพศเมียมีค่าน้อยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนั้นจากการทดลองทั้งหมดจะเห็นได้ว่า ผลของสารสกัดหยาบกวาวเครือขาวนั้นจะมีผลต่อกบนาเพศเมียมากกว่ากบนาเพศผู้ทั้งในและนอกฤดูสืบพันธุ์ วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557 |
| บรรณานุกรม | : |
ชัญญาพัชญ์ แสนเทศธัญวัฒน์ . (2557). ผลของสารสกัดกวาวเครือขาว Pueraria mirifica ต่อเนื้อเยื่อกระดูกของกบนา Hoplobatrachus rugulosus ระยะโตเต็มวัย.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ชัญญาพัชญ์ แสนเทศธัญวัฒน์ . 2557. "ผลของสารสกัดกวาวเครือขาว Pueraria mirifica ต่อเนื้อเยื่อกระดูกของกบนา Hoplobatrachus rugulosus ระยะโตเต็มวัย".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ชัญญาพัชญ์ แสนเทศธัญวัฒน์ . "ผลของสารสกัดกวาวเครือขาว Pueraria mirifica ต่อเนื้อเยื่อกระดูกของกบนา Hoplobatrachus rugulosus ระยะโตเต็มวัย."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557. Print. ชัญญาพัชญ์ แสนเทศธัญวัฒน์ . ผลของสารสกัดกวาวเครือขาว Pueraria mirifica ต่อเนื้อเยื่อกระดูกของกบนา Hoplobatrachus rugulosus ระยะโตเต็มวัย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2557.
|
