ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความสัมพันธ์ของระดับบีเอนพีในพลาสมาและการเกิดเอเตรียลฟิบริลเลชันในผู้ป่วยที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความสัมพันธ์ของระดับบีเอนพีในพลาสมาและการเกิดเอเตรียลฟิบริลเลชันในผู้ป่วยที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ
นักวิจัย : สราวุฒิ ธนสมบูรณ์พันธุ์
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์ , สมชาย ปรีชาวัฒน์
ปีพิมพ์ : 2557
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/45752
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ที่มา: ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิด atrial fibrillation (AF) เป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญ มีผลทำให้เพิ่มอัตราการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว อัมพฤกษ์ อัมพาต อัตราการนอนโรงพยาบาลและอัตราการเสียชีวิต ในผู้ป่วยที่ไม่ได้ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ มีการศึกษาเกี่ยวกับระดับ brain natriuretic peptide (BNP) ในพลาสมา ในการพยากรณ์การเกิด AF หลายการศึกษาและพบว่ามีความสัมพันธ์กันในเชิงบวก แต่ยังไม่พบการศึกษาใดที่ศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างการเกิด AF และระดับ BNP ในผู้ป่วยใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ การศึกษานี้จึงมุ่งเน้นจะหาความสัมพันธ์ของ AF และระดับ BNP ในผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ ในคนไทย เป็นการตรวจเพื่อช่วยในการพยากรณ์โรค ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วย วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของระดับบีเอนพีในพลาสมาและการเกิดเอเตรียลฟิบริลเลชันในผู้ป่วยที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจชนิด dual chamber pacemaker ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ วิธีวิจัย: เป็นแบบการวิจัยเชิงพรรณนาทางคลินิก ผู้ป่วยที่มาตรวจที่คลินิกเครื่องกระตุ้นหัวใจโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ทุกรายที่ตรวจพบ AF และผ่านเกณฑ์การคัดเลือกเข้า ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึง ธันวาคม พ.ศ. 2557 ที่ยินยอมเข้าร่วมการวิจัยจะได้รับการตรวจเครื่องกระตุ้นหัวใจหาการเกิด AF และตรวจเลือดหาระดับ BNP ในวันที่มาตรวจติดตามอาการที่ 0, 3, 6 เดือน เพื่อนำมาวิเคราะห์ค่าสหสัมพันธ์ ผลการศึกษา: จากการศึกษามีจำนวนผู้ป่วยทั้งหมด 39 ราย เป็นเพศหญิง 20 ราย (51.3%) อายุเฉลี่ย 72 ปี ได้รับการใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจด้วยข้อบ่งชี้ sick sinus syndrome 32 ราย (81.6%) ผู้ป่วยที่เข้าร่วมการวิจัยได้รับการตรวจเลือดร่วมกับการตรวจเครื่องกระตุ้นหัวใจทั้งหมด 58 ครั้ง การกระจายของข้อมูลเป็นแบบเบ้ซ้าย ระดับ BNP ในพลาสมา สัมพันธ์กับ AF burden(%)ในระดับปานกลางโดยมีค่า correlation coefficient (r) 0.411, p = 0.001 นอกจากนี้ยังพบว่า AF burden (%) ไม่มีความสัมพันธ์กับปริมาณการกระตุ้นหัวใจห้องล่าง (ventricular pacing) โดยมีค่า correlation coefficient (r) 0.233, p=0.079 และปริมาณการกระตุ้นหัวใจห้องล่างก็ไม่มีความสัมพันธ์กับระดับ BNP ในพลาสมาอีกด้วย สรุป: ระดับ BNP ในพลาสมามีความสัมพันธ์กับ AF burden (%) ในระดับปานกลางและเป็นเพียงหนึ่งในหลายๆปัจจัยที่สัมพันธ์กับปริมาณการเกิด AF ในผู้ป่วยที่เข้าร่วมการวิจัยเนื่องจากมี half life สั้น และผู้ป่วยส่วนใหญ่มีภาวะ sick sinus syndrome จึงใช้พยากรณ์การเกิด AF ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้ไม่ดี

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557

บรรณานุกรม :
สราวุฒิ ธนสมบูรณ์พันธุ์ . (2557). ความสัมพันธ์ของระดับบีเอนพีในพลาสมาและการเกิดเอเตรียลฟิบริลเลชันในผู้ป่วยที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สราวุฒิ ธนสมบูรณ์พันธุ์ . 2557. "ความสัมพันธ์ของระดับบีเอนพีในพลาสมาและการเกิดเอเตรียลฟิบริลเลชันในผู้ป่วยที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สราวุฒิ ธนสมบูรณ์พันธุ์ . "ความสัมพันธ์ของระดับบีเอนพีในพลาสมาและการเกิดเอเตรียลฟิบริลเลชันในผู้ป่วยที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557. Print.
สราวุฒิ ธนสมบูรณ์พันธุ์ . ความสัมพันธ์ของระดับบีเอนพีในพลาสมาและการเกิดเอเตรียลฟิบริลเลชันในผู้ป่วยที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2557.