| ชื่อเรื่อง | : | เภสัชจลนศาสตร์ของยาเซฟาโซลินและเซฟตาซิดิมที่ให้ทางช่องท้องในผู้ป่วยที่บำบัดทดแทนไตทางช่องท้องในเวลากลางคืนด้วยเครื่องอัตโนมัติ |
| นักวิจัย | : | สดุดี พีรพรรัตนา |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์ , พิสุทธิ์ กตเวทิน , ปาจรีย์ จริยวิลาศกุล |
| ปีพิมพ์ | : | 2557 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/45750 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ที่มา: การให้ยาปฏิชีวนะทางช่องท้องในปัจจุบันแนะนำให้ผสมในน้ำยาล้างช่องท้องโดยใส่ค้างท้องไว้นานอย่างน้อย 6 ชั่วโมงซึ่งอาจไม่สามารถทำได้ในทางปฏิบัติเนื่องจากผู้ป่วยอาจมีภาวะน้ำเกินจากการแลกเปลี่ยนสารผ่านเยื่อบุช่องท้องที่เปลี่ยนแปลงไป (ultrafiltration failure) วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้คือเพื่อที่จะพัฒนาการให้ยาเซฟาโซลินและเซฟตาซิดิมซึ่งใช้รักษาภาวะติดเชื้อทางช่องท้องบ่อยที่สุดโดยให้ทางช่องท้องรูปแบบใหม่ซึ่งใส่ค้างท้องไว้นานเพียง 2 ชั่วโมงและตรวจวัดระดับความเข้มข้นของยาทั้งสองชนิดในน้ำยาล้างช่องท้องและในพลาสมา วิธีการศึกษา: ผสมยาเซฟาโซลินและเซฟตาซิดิมขนาด 20 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมลงในน้ำยาล้างช่องท้องที่มีน้ำตาลเด็กซ์โตรสความเข้มข้นร้อยละ 2.5 ปริมาตร 5 ลิตร วางถุงน้ำยาลงบนถาดทำความร้อนของเครื่องล้างช่องท้องอัตโนมัติ โดยมีน้ำยาปริมาตร 5 ลิตรอีกถุงวางอยู่ด้านข้าง ผู้ป่วยจะได้รับการล้างช่องท้องด้วยเครื่องอัตโนมัติโดยมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำยา 5 ครั้ง ครั้งละ 2 ลิตร รวมเวลา 10 ชั่วโมง เครื่องอัตโนมัติจะนำน้ำยาจากถุงที่วางบนถาดทำความร้อนใส่เข้าในช่องท้องผู้ป่วยก่อนในครั้งแรก หลังจากนั้นจะดูดน้ำยาจากถุงที่สองที่วางด้านข้างมาเติมถุงที่วางบนถาดทำความร้อนเพื่อเตรียมใส่ช่องท้องผู้ป่วยในครั้งต่อไป โดยจะมีการเก็บตัวอย่างเลือดที่เวลา 0, 0.5, 1, 1.5, 2, 4, 6, 8, 10, 14, 18, และ 24 ชั่วโมง และตัวอย่างน้ำยาล้างช่องท้องทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำยาที่เวลา 0, 2, 4, 6, 8, และ 10 ชั่วโมง และจะนำตัวอย่างไปตรวจวัดความเข้มข้นของยาด้วยวิธี high performance liquid chromatography ผลการศึกษา: ผู้ป่วยที่บำบัดทดแทนไตทางช่องท้องที่ไม่มีภาวะติดเชื้อจำนวน 6 รายเข้าร่วมการศึกษา ความเข้มข้นของเซฟาโซลินและเซฟตาซิดิมในน้ำยาล้างช่องท้องที่ช่วงเวลาที่ล้างช่องท้องพบว่าอยู่ในระดับ 26-360 มิลลิกรัมต่อลิตร ส่วนความเข้มข้นของยาในพลาสมาพบว่ามีระดับเกิน minimal inhibitory concentration ของเชื้อที่ตอบสนองต่อยา (≤8 มิลลิกรัมต่อลิตร) ภายในช่วง 2 ชั่วโมงแรก (เซฟาโซลิน 28.5±8.0 และเซฟตาซิดิม 12.5±3.4 มิลลิกรัมต่อลิตรที่เวลา 2 ชั่วโมง) ขึ้นสู่ระดับสูงสุดที่ 10 ชั่วโมง (51.1±14.1 และ 23.0±5.2 มิลลิกรัมต่อลิตร) และสามารถคงระดับความเข้มข้นในพลาสมาได้เกิน MIC ของเชื้อที่ 24 ชั่วโมง (42.0±9.6 และ 17.1±3.1 มิลลิกรัมต่อลิตร) สรุปผลการศึกษา: การให้ยาเซฟาโซลินและเซฟตาซิดิมทางช่องท้องรูปแบบใหม่โดยค้างท้องในช่วงเวลาสั้น (≤2 ชั่วโมง) ให้ระดับความเข้มข้นของยาในน้ำยาล้างช่องท้องและในพลาสมาได้เพียงพอ การให้ยาทางช่องท้องรูปแบบนี้สามารถนำมาใช้เป็นมาตรฐานการให้ยารูปแบบใหม่ในการรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะติดเชื้อทางช่องท้องที่ได้รับการบำบัดช่องท้องด้วยเครื่องอัตโนมัติหรือใช้ได้ในผู้ป่วยที่ล้างช่องท้องด้วยตนเองแต่มีภาวะ ultrafiltration failure วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557 |
| บรรณานุกรม | : |
สดุดี พีรพรรัตนา . (2557). เภสัชจลนศาสตร์ของยาเซฟาโซลินและเซฟตาซิดิมที่ให้ทางช่องท้องในผู้ป่วยที่บำบัดทดแทนไตทางช่องท้องในเวลากลางคืนด้วยเครื่องอัตโนมัติ.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สดุดี พีรพรรัตนา . 2557. "เภสัชจลนศาสตร์ของยาเซฟาโซลินและเซฟตาซิดิมที่ให้ทางช่องท้องในผู้ป่วยที่บำบัดทดแทนไตทางช่องท้องในเวลากลางคืนด้วยเครื่องอัตโนมัติ".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สดุดี พีรพรรัตนา . "เภสัชจลนศาสตร์ของยาเซฟาโซลินและเซฟตาซิดิมที่ให้ทางช่องท้องในผู้ป่วยที่บำบัดทดแทนไตทางช่องท้องในเวลากลางคืนด้วยเครื่องอัตโนมัติ."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557. Print. สดุดี พีรพรรัตนา . เภสัชจลนศาสตร์ของยาเซฟาโซลินและเซฟตาซิดิมที่ให้ทางช่องท้องในผู้ป่วยที่บำบัดทดแทนไตทางช่องท้องในเวลากลางคืนด้วยเครื่องอัตโนมัติ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2557.
|
