| ชื่อเรื่อง | : | ผลของความชื้นต่ออัตราการฟักและผลของชนิดอาหาร ต่ออัตราการเติบโตของลูกตะพาบน้ำ Amyda cartilaginea |
| นักวิจัย | : | วชิระ กิติมศักดิ์ |
| คำค้น | : | Amyda cartilaginea -- Growth , ตะพาบน้ำ -- การเจริญเติบโต |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย , กำธร ธีรคุปต์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | 9746368117 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/45600 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2539 การเพาะเลี้ยงตะพาบม่านลาย Chitra Chitra Nuthand, 1986 ซึ่งเป็นตะพาบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกและอยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง ได้ดำเนินการที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ผลการศึกษาพบว่าตะขาบม่านลายวางไข่ในหาดทรายเทียมระหว่างเดือนกุมภาพันธ์และเมษายน แม่ตะพาบวางไข่ได้ถึง 4 รังต่อปี มีไข่รังละ 40-88 ฟอง ไข่ (n = 220) มีความกว้าง 31.94+-1.57 มม. ความยาว 33.16+-1.54 มม. และมีน้ำหนัก 19.00+-1.67 กรัม ใช้เวลาในการฟักไข่เฉลี่ย (n = 255) 59+-3 วัน อยู่ในช่วง 55-56 วัน ที่อุณหภูมิอากาศ 24-42 ํC และอุณหภูมิทราย 24-39 ํC ลูกตะพาบม่านลายมีขนาด (n = 297) กระดองหลังกว้าง 38.46+-1.52 มม. กระดองหลังยาว 42.97+-1.59 มม. และมีน้ำหนัก 13.10+-1.03 กรัม อัตราการฟักอยู่ในช่วง 3-94 เปอร์เซ็นต์ เมื่ออนุบาลลูกตะพาบม่านลายด้วยลูกปลายี่สกเทศ Labeo rohita และลูกปลานิล Oreochromis niloticus เป็นเวลา 14 สัปดาห์ พบว่าลูกตะพาบม่านลายมีค่าเฉลี่ยของกระดองหลังกว้าง 86.70+-5.17 มม. กระดองหลังยาว 91.72+-5.75 มม. และมีน้ำหนัก 103.97+-18.08 กรัม มีอัตรารอด 90.64 เปอร์เซ็นต์ ผลการเปรียบเทียบสัณฐานของกะโหลกศีรษะและกระดองหลังของตะพาบม่านลายไทย Chitra chitra Nutphand, 1986 และตะพาบม่านลายอินเดีย Chitra indica (Gray, 1831) โดยใช้สัดส่วนของกะโหลกศีรษะ 27 ลักษณะ และสัดส่วนของกระดองหลัง 53 ลักษณะ ชี้ให้เห็นความแตกต่างของตะพาบม่านลายไทยและม่านลายอินเดียและยืนยันว่า C. chitra เป็นชนิดที่แตกต่างจาก C. indica การศึกษาลักษณะเปลือกไข่ของตะพาบม่านลาย C. chitra จากธรรมชาติ พบว่าผลของ SEM แสดงว่าเปลือกไข่มีสามชั้นคือ ชั้นนอก (calcareous sheet) ชั้นกลาง (crystalline layer) และชั้นใน (fibrous layer) เปลือกไข่ประกอบด้วย ออกซิเจน 52.96+-4.81 เปอร์เซ็นต์ คาร์บอน 35.03+-9.17 เปอร์เซ็นต์ แมกนีเซียม 5.55+-0.34 เปอร์เซ็นต์ แคลเซ๊ยม 5.37+-7.16 เปอร์เซ็นต์ ซิลิกา 2.87+-1.64 เปอร์เซ็นต์ อลูมิเนียม 2.30+-1.07 เปอร์เซ็นต์ โพแทสเซียม 0.17+-0.1 เปอร์เซ็นต์และโซเดียม 0.74+-0.3 เปอร์เซ็นต์ โดยเปลือกไข่เป็น CaCO[superscript 3] ในรูปของ aragonite การศึกษาครั้งนี้ยืนยันว่ายังพบตะพาบม่านลาย C. Chitra ในลุ่มน้ำแม่กลองและลุ่มน้ำเจ้าพระยาแต่มีจำนวนน้อยมาก และพบตะพาบม่านลายชนิดอื่นอีกคือตะพาบม่านลายพม่า Chitra Burmanica Jaruthanin, 2002 หรือ chitra vandijki McCord & Pritchard, 2002 ในลุ่มน้ำสาละวิน การศึกษาครั้งนี้ได้รายงานการพบ C. Chitra ในแม่น้ำปิงเป็นครั้งแรก การลดจำนวนประชากรของตะพาบม่านลาย C. Chitra ในธรรมชาติอย่างรวดเร็ว ทำให้มีความจำเป็นต้องมีการจัการด้านการอนุรักษ์อย่างรีบด่วน |
| บรรณานุกรม | : |
วชิระ กิติมศักดิ์ . (2539). ผลของความชื้นต่ออัตราการฟักและผลของชนิดอาหาร ต่ออัตราการเติบโตของลูกตะพาบน้ำ Amyda cartilaginea.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วชิระ กิติมศักดิ์ . 2539. "ผลของความชื้นต่ออัตราการฟักและผลของชนิดอาหาร ต่ออัตราการเติบโตของลูกตะพาบน้ำ Amyda cartilaginea".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วชิระ กิติมศักดิ์ . "ผลของความชื้นต่ออัตราการฟักและผลของชนิดอาหาร ต่ออัตราการเติบโตของลูกตะพาบน้ำ Amyda cartilaginea."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2539. Print. วชิระ กิติมศักดิ์ . ผลของความชื้นต่ออัตราการฟักและผลของชนิดอาหาร ต่ออัตราการเติบโตของลูกตะพาบน้ำ Amyda cartilaginea. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2539.
|
